เรื่องเด่น ปกิณกธรรม เรื่อง ครูบาอาจารย์

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 กันยายน 2026 at 18:33.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,121
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,249
    ค่าพลัง:
    +27,019

    ปกิณกธรรม เรื่อง ครูบาอาจารย์

    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์
    สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    (จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร)
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,121
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,249
    ค่าพลัง:
    +27,019
    อีกสองวันครึ่งก็จะหมดโครงการแล้ว คุยกันไว้ว่าจะปิดกันช่วงเช้าวันที่ ๒๙ หลังจากมอบประกาศนียบัตรและทำพิธีปิด แล้วก็ฉันเพล จากนั้นก็วัดใครวัดมัน มีใครคัดค้านไหมครับ ? ประเภทร้องห่มร้องไห้ ลงไปดิ้นพลาด ๆ "ผมอยากจะเลิก ๖ โมงเย็น..!" เอาสักหน่อยก็ดีนะ ขออนุญาตนำเสนอก่อน ส่วนผู้ใหญ่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ผมบอกแล้วว่าผมเป็นคนขี้เกียจครับ ทำอะไร ถ้าทำน้อยแล้วได้ผลเยอะ ผมจะทำ ถ้าทำเยอะแล้วได้ผลน้อย ก็ไม่ค่อยจะทำครับ..!

    ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า การปฏิบัติธรรม พยายามให้ตนเองสบายใจที่สุด ถ้าใจสบายแล้ว อะไรก็ง่ายไปหมด หลายท่านที่อายุมากหน่อย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเคยได้ยินหรือเปล่า ? หลวงปู่ฝั้นท่านบอกไว้ว่า "ถ้าใจดี อะไร ๆ ก็ดีหมด ถ้าใจดี ใจสบาย ตัวเราเองก็ดี คนรอบข้างก็ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ดี ประเทศชาติก็ดี" ไม่ทราบว่าเคยได้ยินไหมครับ ? "หลวงปู่ฝั้น อาจาโร" วัดถ้ำขามครับ ครูบาอาจารย์รูปแรก ๆ เลยที่ท่านเมตตาสอนกรรมฐานให้กระผม/อาตมภาพมา

    สมัยเด็ก ๆ ผมวิ่งรับใช้ครูบาอาจารย์สาย "หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต" ซึ่งสมัยนั้นยังอยู่กันครบถ้วนเป็นกองทัพธรรมที่เข้มแข็งมาก "หลวงปู่ฝั้น อาจาโร" วัดถ้ำขาม จังหวัดสกลนคร "หลวงปู่ขาว อนาลโย" วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นหลักใหญ่เลย แล้วก็จะเป็น "หลวงปู่ดูลย์ อตุโล" (พระราชวุฒาจารย์) วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ "หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี" (พระราชนิโรธรังสี) วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย เป็นต้น

    ผมเป็นเด็กวัยรุ่น วิ่งคล่องตัว ท่านก็เรียกใช้บ่อย คนอื่นเขาไปใส่บาตร ส่วนผมเองถือจานไปขอข้าวจากบาตรหลวงปู่หลวงพ่อท่านครับ เพราะว่าถึงเวลาพระสายวัดป่าท่านก็ฉันในบาตร ยื่นจานไป ท่านก็ตักมาให้คนละช้อน คนละช้อน ยังไม่ถึงท้ายแถวก็ล้นจาน ฉันไม่ไหวแล้วครับ..!

    โดยเฉพาะ "หลวงพ่อวัน อุตฺตโม" วัดถ้ำภูผาเหล็ก จังหวัดสกลนคร ท่านรูปร่างสูงใหญ่มาก เสียดายตอนหลังไปมรณภาพเพราะเครื่องบินตก ท่านใช้ช้อนทองเหลืองครับ ช้อนส้อมทองเหลืองคู่หนึ่ง ตัวช้อนนี่ขนาดทัพพีเล็ก ๆ เลยครับ..! นึกออกไหมครับ มีช้อนใหญ่ขนาดนั้นจริง ๆ ครับ
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,121
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,249
    ค่าพลัง:
    +27,019
    แล้วผมก็เคยขอหวย "หลวงตาบัว" (พระธรรมวิสุทธิมงคล) วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี มาแล้วครับ ออกเป๊ะเลย คือด้วยความที่ผมข้องใจมากว่าพระที่ท่านมาสายวิสุทธิมรรค เอาแต่ภาวนา การรู้เห็นอะไร ๆ ก็ตัดทิ้งหมด ท่านจะมีความรู้พิเศษแบบนี้ไหม ? "หลวงตาบัว" ท่านรู้ครับว่าผมขอเพื่ออะไร ท่านให้ตรง ๆ เลยครับ ออกตามนั้นเป๊ะเลย..! คนอื่นลองไปขอดูสิครับ หัวแตกกันทั้งนั้นแหละ..!

    ครูบาอาจารย์ที่ท่านรู้ ท่านรู้จริง ๆ นะครับ เราคิดอะไรอยู่ในใจท่านพูดออกมาได้ทุกคำเลย แม้กระทั่ง "หลวงปู่สาย" (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสที่สังขารท่านยังอยู่ตรงนี้นั้น ผมมากราบท่านครั้งแรก ผมอธิษฐานมาโน่น จากวัดท่าซุงเลย มาถึงท่านพูดทุกคำที่ผมอธิษฐานออกมาหมดเลย ไม่ยอมท่านก็ไม่ได้ครับ เขาถึงได้ว่า ถ้ากำลังใจของเราสงบระงับ สภาพจิตจะเหมือนกับน้ำนิ่ง ซึ่งสามารถสะท้อนเงาทุกอย่างลงไปได้ชัดเจนเหมือนตาเห็น เพียงแต่ว่าถึงเวลาแล้วต้องจัดการให้ถูกครับ ถ้าจัดการไม่ถูกนี่ จะกลายเป็นเครื่องถ่วงเราแทน..!

    หลวงปู่หลวงพ่อท่านก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องของพวกเราครับ รู้ไปก็เท่านั้น กิเลสทั้งนั้น คำนี้ไม่ใช่คำพูดของผมของผมครับ คำพูดของ "หลวงปู่โรเบิร์ต สุเมโธ" (พระพรหมวชิรญาณ วิ.) สมัยนั้นผมเรียก "หลวงพี่" ครับ ลูกศิษย์ฝรั่งรุ่นแรกของ "หลวงปู่ชา สุภทฺโท" วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ตอนนั้นท่านพูดไทยไม่ค่อยชัดครับ ท่านบอกว่า "ขี้เลสทางน้าน" (กิเลสทั้งนั้น) เป็นพระฝรั่งรูปแรก ๆ ที่ผมมั่นใจว่าท่านได้มรรคได้ผลจริง ๆ เพราะว่าลักษณะของกิเลส ลักษณะของการปฏิบัติ ท่านพูดออกมาตรงกับสิ่งที่ผมทำแล้วเจอทั้งหมดเลยครับ

    เพียงแต่ว่าสายวัดป่า ท่านสอนยากครับ จะว่ายากก็ไม่ใช่ สอนง่ายเกินไปจนเราทำอะไรไม่ถูก ท่านบอก "ไปทำเอา ไปภาวนาเอา ติดขัดตรงไหนแล้วค่อยมาถาม" แค่นั้นแหละครับ คราวนี้ก็ทำไปสิครับ กว่าที่พระท่านจะมาประชุมรวมกันอีกที ก็โน่นวันพระ มารอฟังเทศน์ครูบาอาจารย์ ต่ำ ๆ ก็ ๗ - ๘ วัน หรือถ้าครูบาอาจารย์ท่านไหนมาเฉพาะวันพระใหญ่ ก็บรรลัยเลยครับ ครึ่งเดือนเจอกันที ระหว่างนั้นก็คลำทางกันเองครับ หกล้มหกลุกหัวร้างคางแตกกันไปก่อน..!

    แล้วผมก็ตั้งใจจะบวชกับพระป่าสายธรรมยุตนี่แหละครับ ไม่รู้จับพลัดจับผลูท่าไหน หลุดมามหานิกายเฉยเลย ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ธรรมะจัดสรร เพราะว่าด้วยสันดานของผมนี่ ถ้าไปอยู่ธรรมยุต ก็คงป่วนเขากระจายยิ่งกว่า "หลวงตาสิ้นคิด" อีก..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,121
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,249
    ค่าพลัง:
    +27,019
    ครูบาอาจารย์ที่ท่านทำดี ทำถึง ผมไม่เห็นท่านถือเรื่องของนิกายอะไรเลย แต่ว่าท่านที่ยังแบกกิเลสเอาไว้ ไม่ทราบว่าหลายท่านเคยเจอไหม ? ที่เราไปแล้วท่านไม่ให้นั่งตามลำดับพรรษา ท่านให้ไปนั่งข้างหน้าเณร เพราะท่านถือว่าพวกเราไม่บริสุทธิ์ครับ พวกเรายังจับเงิน ยังฉันนม..!

    แต่พระธรรมยุตท่านไม่ฉันนมครับ ท่านฉันเนย เล่นกันเป็นก้อน ๆ เลย..! ท่านถือว่า เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าอนุญาต ทำมาน่ากินมากเลยครับ ฝานเนยออกมาเป็นแผ่น แถมยังมีพริกอยู่ข้างบนนิดหนึ่ง ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มติดเอาไว้

    นี่รุ่นหลังนะครับ รุ่นก่อน ๆ ที่สมัย "หลวงตาบัว" ยังหนุ่มยังแน่น ไม่ต้องเจอหรอกครับ เจอแต่น้ำต้มบอระเพ็ด ซดเข้าไปทีหนึ่ง ขมติดคอไป ๓ วัน..! ไม่รู้ฉันกันเข้าไปได้อย่างไร ? พอ
    เคาะระฆังท่านบอกว่า "ได้เวลาฉันน้ำปานะแล้ว" ไม่จำเป็นอย่าไปเลยครับ มันคือน้ำต้มบอระเพ็ด..! แต่ถ้าฉันไปก็ดีอยู่อย่างหนึ่งครับ พอฉันไปแล้ว เลือดจะขม ยุงยังไม่กิน แต่ผมเองดื้อครับ ไม่ค่อยฉัน ก็เลยกลายเป็นว่าโดนมาลาเรียเล่นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ จนป่านนี้ไม่หายสักที..!

    ตำรายาใครว่าดีแค่ไหน ยาไทย ยาฝรั่ง สมัยใหม่ สมัยเก่า ผมเอาหมด รักษาไม่หาย กลายเป็นคนไข้ตัวอย่างของเวชศาสตร์เขตร้อนไป ๑๐ กว่าปี รักษาจนกระทั่งภูมิคุ้มกันของตัวเองหายหมด เพราะเป็น "หนูทดลองยา" ให้เขา จนท้ายสุดผมก็ตัดสินใจ "ช่างหัวมันเถอะ..จะตายก็ตาย" เลิกรักษา แต่ว่ากลับดีขึ้น เพียงแต่ว่าต้องพักให้พอ ถ้าพักไม่พอเดี๋ยวไข้ก็ขึ้นอีกแล้ว..!

    มีคนเขาปลอบใจว่า "พระดีคู่กับมาลาเรีย" ฟังแล้ว "น้ำตาจิไหล" มึงลองมาเป็นอย่างกูบ้างสิ..! พอกำเริบขึ้นมานี่ กระดูกกี่ท่อนรู้หมดเลยครับ ปวดเหมือนกระดูกจะแตกเป็นชิ้น ๆ เส้นผมบนหัวนี่แตะไม่ได้เลยครับ แตะเป็นสะดุ้ง เหมือนอย่างกับมีเข็มแทงหัว เพราะว่าปลายประสาทอักเสบหมด ผมถึงได้เข้าใจว่า ไอ้ที่ตาย ๆ เพราะมาลาเรียนี่ เพราะว่าทนอักเสบไม่ไหว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,121
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,249
    ค่าพลัง:
    +27,019
    ถ้าพูดถึงประสบการณ์ธุดงค์ ผมเล่าได้อีกเป็นเดือน เจอมาสารพัด ไม่ว่าจะผี ไม่ว่าจะเปรต ไม่ว่าจะสัตว์ร้าย คนร้าย แล้วมาหลังปี ๒๕๔๐ ผมต้องเลิกธุดงค์ครับ ไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้งในป่า เพราะว่ารุ่นหลัง ๆ ที่ออกธุดงค์นี่ ไม่ได้ไปละกิเลส ที่ธุดงค์เพราะอยู่รวมกับคนอื่นไม่ได้ แล้วจำนวนหนึ่งก็เข้าป่าไปเพื่อหาที่ดูดยาบ้า..! พอถึงเวลา "ของขึ้น" ก็วิ่งแข่งกันขึ้นเขา วิ่งขึ้นเขาลงเขา ๓ รอบแล้วแรงยังดีอยู่ ก็เอามีดสปาตาร์ฟันหัวกัน..! ผมต้องหามร่องแร่งเลือดท่วมออกมาข้างนอกหาหมอ เลิกธุดงค์ดีกว่า วันไหมเขาหมั่นไส้แล้วไล่ฟันหัวผม ไม่รู้จะหลบไปทางไหน ?

    เป็นเรื่องที่อนาถมากครับ เพราะฉะนั้น..ผม
    อาจจะกล่าวแรงไปครับ แต่ว่าส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็คือไอ้ที่ธุดงค์กันในปัจจุบันนี้ ท่านเข้าป่าเพราะว่าอยู่รวมกับคนอื่นไม่ได้ครับ

    บางท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบครับ แต่ขอโทษเถอะ..ถ้าอยู่ในบ้านในเมืองผมว่าได้ตีกันตาย พระอยู่รวมกันเป็นสิบแท้ ๆ เที่ยงคืน ตี ๑ ท่านตื่นขึ้นมาก็ ครองผ้าสวดมนต์เสียงสนั่นหวั่นไหว ไม่สนใจว่าเพื่อนเพิ่งจะนอน..! สวดมนต์ทำวัตรเสร็จ กูนอนได้ สบายใจ เพื่อนฝูงตื่นกันหมดแล้ว..! เดี๋ยวเอาไว้เล่าวีรกรรมเรื่องนี้ให้ฟัง เยอะมากเลยครับตอนนี้ได้ทำวัตรรอบแรกกันได้แล้วครับ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    ปกิณกธรรม (มัชฌิมาปฏิปทาและการรักษากำลังใจ)
    โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด
    ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔
    ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...