ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #สเปน เผยคลื่น #ผู้อพยพ ส่วนใหญ่ที่ #เซวตา ยอม 'ข้ามกลับ' ไปยังฝั่ง #โมร็อกโก แล้ว หลังจมน้ำ-ถูกเหยียบดับ 57 ศพ

    รัฐบาลสเปนแถลงเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) ว่าได้สกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่เข้ามาในดินแดนเซวตา (#Ceuta) ของสเปนในแอฟริกาเหนือ โดยผู้คนกว่า 50,000 คนที่ข้ามพรมแดนทางบกและทางทะเลส่วนใหญ่ได้ยอมเดินทางกลับไปโดยสมัครใจแล้ว

    ตัวแทนรัฐบาลสเปนในเซวตา กล่าวว่า พบศพ 57 ศพในฝั่งสเปน และอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในฝั่งโมร็อกโก โดยระบุว่าบางส่วนจมน้ำเสียชีวิต และบางส่วนเหยียบกันตายขณะพยายามปีนกำแพงกันคลื่นที่กั้นรั้วพรมแดน

    กระทรวงมหาดไทยของสเปนระบุว่า มีผู้อพยพประมาณ 50,000 คนข้ามพรมแดนมาตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดี (30) และคาดว่า 48,300 คนได้เดินทางกลับไปแล้วเมื่อเวลา 18.00 น. (1600 GMT) ของวันศุกร์ (31)

    ฮวน เฆซุส วีวาส หัวหน้าหน่วยงานปกครองท้องถิ่นของเซวตา กล่าวว่ามีผู้คนมากถึง 60,000 คนข้ามพรมแดนเข้ามาในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

    กองกำลังโมร็อกโกได้ใช้กระบองและแก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชนที่ด่านเข้าเมืองเซวตา พยายามป้องกันไม่ให้ผู้คนเข้าไปในดินแดนเล็กๆ ของสเปนที่ยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจากโมร็อกโก

    ความวุ่นวายที่ชายแดนทำให้เกิดความแตกแยกในยุโรป โดยผู้นำของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเรียกร้องให้สเปนรับประกันว่าเหตุการณ์นี้จะอยู่ภายใต้การควบคุม

    อิตาลีประกาศว่ากำลังระงับข้อตกลงเชงเกนแบบไร้พรมแดนระหว่างสหภาพยุโรปกับสเปน ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินหรือเรือระหว่าง 2 ประเทศ มาดริดชี้ว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดสนธิสัญญาของสหภาพยุโรป

    ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ที่ชายแดนของเซวตาดังกล่าวเห็นตำรวจโมร็อกโกในชุดปราบจลาจลใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ใกล้รั้ว รถฉีดน้ำแรงดันสูงถูกนำมาใช้ และมองเห็นซากรถบัสและรถยนต์ 7 คันที่ถูกเผาไหม้จากการปะทะกับฝูงชน

    อีกด้านหนึ่ง ยานพาหนะทางทหารของสเปนเรียงรายอยู่ตามแนวชายแดน ขณะที่ผู้อพยพหลายสิบคนเฝ้ามองจากเนินเขาในโมร็อกโก โดยไม่สามารถข้ามพรมแดนได้

    มีผู้คนหลายร้อยคนเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกผ่านด่านตรวจและช่องโหว่ของรั้วชายแดน โดยบางคนกล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถหาอาหารหรือที่พักพิงได้ในเซวตา

    นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ แห่งสเปน เดินทางไปยังเซวตาเมื่อวันศุกร์ (31) และได้รับการต้อนรับด้วยคำด่าทอจากผู้ประท้วง ซานเชซ เรียกการข้ามแดนครั้งใหญ่ครั้งนี้ว่าเป็น "การละเมิดอธิปไตยทางดินแดนของสเปน" และกล่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการส่งตัวผู้ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากโมร็อกโก

    เซวตาและเมลียา เมืองปกครองตนเองของสเปนทางตอนเหนือของโมร็อกโก เป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวของสหภาพยุโรปกับทวีปแอฟริกา ทั้งสองเมืองมักประสบกับการพยายามข้ามแดนของผู้อพยพที่ต้องการไปยังยุโรปเป็นระยะๆ ทว่าการบุกข้ามแดนอย่างมหาศาลในวันพฤหัสบดี (30) นั้นดูเหมือนจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    บรรดาพรรคการเมืองฝ่ายขวาในยุโรปกล่าวโทษเหตุการณ์นี้ว่าเป็นผลมาจากนโยบายเข้าเมืองที่ค่อนข้างหละหลวมของสเปน รวมถึงการนิรโทษกรรมให้ผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารหลายแสนคนในปีนี้

    สเปนเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิตาลีเข้าพบเพื่อประท้วงคำกล่าวของ อันโตนิโอ ทาจานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ที่อ้างว่านโยบายนิรโทษกรรมของสเปน "ส่งเสริมการค้ามนุษย์"

    ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสังคมนิยมของสเปนมาอย่างยาวนาน กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การข้ามแดนที่เซวตา "ดูเหมือนเป็นการรุกราน" พร้อมเสริมว่า "สิ่งเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับเราหากพรรครีพับลิกันไม่ชนะเลือกตั้ง หรืออาจจะแย่กว่านั้นอีก" โดยเขาหมายถึงการศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่จะมาถึงในเดือน พ.ย.

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้เป้าไปที่รัฐบาลสเปนโดยตรง โดยกล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นผลโดยตรงจากนโยบายการย้ายถิ่นฐานของรัฐบาล

    "เรากำลังพิจารณามาตรการเพื่อปกป้องชาวอเมริกันทั้งในและต่างประเทศจากภัยคุกคามนี้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือพันธมิตรยุโรปอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาทางเลือกที่คล้ายคลึงกัน" คำแถลงระบุ

    “เหตุการณ์ที่ยอมรับไม่ได้นี้เป็นผลโดยตรงจากความพยายามโดยเจตนาของรัฐบาลสเปนในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เกิดการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจำนวนมากในยุโรป"

    ขณะเดียวกัน ลอรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่ากำลังตำรวจบริเวณชายแดนที่ติดกับสเปนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าภายในวันเสาร์ (1 ส.ค.) และจะมีการเสริมกำลังเฝ้าระวังทั้งทางอากาศ และการลาดตระเวนบนรถไฟ

    โดยปกติแล้ว ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปถูกห้ามไม่ให้ทำการตรวจสอบที่ชายแดนภายในของเขตเชงเกนของกลุ่ม ทว่าการตรวจสอบสามารถกลับมาดำเนินการได้ชั่วคราวภายใต้สถานการณ์พิเศษ

    ที่มา: รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/1000647601...mnV1h5HfBvBNmufpdVLivXpfSHrl/?mibextid=NOb6eG
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อันนี้เป็นบทความ เมื่อมีคนถามว่า ในเมื่อศัตรูของเรานำพื้นที่มรดกโลกที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับโลกมาเป็นฐานบัญชาการฐานส่งกำลังบำรุง ในการลบ ผ่านประเทศ ที่เป็นคู่ขัดแย้งโจมตีก็จะถูกประณาม จากชาวโลกและเจ้าของพื้นที่ก็จะ ร้องเรียน สหสหประชาชาติ กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว และจบลงไม่สวย

    เพราะความขัดแย้งมีหลากหลาย กระจายอยู่ทั่วโลก แม้สิ่งปลูกสร้างวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก แต่หากมันจะสร้างปัญหา ในระยะยาว หลายกรณีที่เกิดขึ้น บางฝ่ายเลือกที่จะทําลายทิ้งอย่างราบคาบ

    พระพุทธรูปแห่งบามิยัน (มองโกเลีย/อัฟกานิสถาน): ในปี ค.ศ. 2001 กลุ่มตาลีบันได้ใช้ระเบิดไดนาไมต์และปืนใหญ่ระเบิดพระพุทธรูปหินแกะสลักอายุกว่า 1,500 ปี จนกลายเป็นเศษหินและเหลือเพียงช่องว่างในหน้าผา

    เมืองโบราณพัลไมรา (ซีเรีย): ในปี ค.ศ. 2015 กลุ่ม ISIS ได้เข้ายึดครองและใช้ระเบิดทำลายวิหารเก่าแก่ อารยธรรมโรมัน และหอคอยสุสานโบราณจนพังพินาศเป็นหน้ากลอง

    สุสานโบราณแห่งเมืองทิมบักตู (มาลี): ในปี ค.ศ. 2012 กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงได้ใช้จอบและพลั่วทุบทำลายสุสานของนักบุญและมัสยิดโบราณที่ทำจากโคลนจนพังทลายลงมา

    3 สถานที่นี้คือได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกจากยูสเนสโกสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้สถานที่ทั้ง 3 แห่งถูกทำลายแบบราบคาบ โดยหลายเหตุผล เช่น ฝั่งตรงข้าม เลือกตั้ง อยู่ในพื้นที่ ในเขตดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้นานาชาติ เข้ามาห้ามปราม ตัดงบสนับสนุน เมื่อมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว หากไม่มีมรดกโลก ทุกอย่างจะง่ายขึ้น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการทําลายมรดกโลกทิ้งลงอย่างราบคาบ ในบางเคสก็เป็นเรื่องของความเชื่อที่แตกต่างกันด้วย ไม่ใช่ผลทางการอาหารเพียงอย่างเดียว

    ทีนี้เลยมีคนถามว่า รอบที่แล้วเราถือว่าโจมตีตามสมควร เพราะถ้าเราตั้งใจจะทำลายมรดกโลกจริง การทิ้ง ระเบิดเพิ่ม เพื่อทำลายลงอย่างราบคาบ ทางเราทำได้อย่างแน่นอน แต่ทางเราบริสุทธิ์ใจ หลังจากถูกฝั่งกัมพูชา ฟ้องร้องในเรื่องนี้ ทางการไทยมีการยื่นจดหมาย มีการแถลงการณ์ รวมถึงส่งหลักฐานทั้งหมดที่เชื่อถือได้ทั้งคลิปวิดีโอรูปภาพ พิกัดแผนที่ ข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งหลักฐานต่าง ๆ เพียงพอที่จะใช้ได้ในระดับโลก แต่หน่วยงานยูเนสโกดันไม่มีอำนาจในการชี้ขาดหรือตัดสิน ดังนั้นเรื่องก็จึงคาราคาซังอยู่ตรงนี้ว่า ฝั่ง 1 บอกว่าเราทำลายมรดกโลกอย่างตั้งใจ ฟังเราก็มองว่าก็เอ็งใช้มรดกโลกเป็นที่เก็บเสบียง เป็นที่อยู่ เป็นที่บัญชาการแนวหน้า ถ้าไม่โจมตีก็ไม่สามารถ หยุดการรุกรานได้

    ทีนี้คนที่ถามเลย ถามว่า ถ้ามีการปะทะกันอีกรอบหน้าเราเล่นกันให้ราบไปเลย ไม่ต้องเหลืออะไรเลย ผลจะเป็นอย่างไร

    อันนี้ตัดเรื่องการประณามจากนานาชาติออกนะ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว พอไปดูข้อมูลของยูเนสโกโดยให้เอไอช่วยตั้งคำถามสืบค้นผลสรุปก็คืออย่าง 3 กรณีมรดกโลกที่ถูกทำลายอย่างราบคาบ ทางยูเนสโกมีแนวทางดังนี้ค่ะ คือหากตรวจพบมีการทำลายอย่างราบคาบแล้ว และไม่สามารถบูรณะได้อีก จะมีการ นำข้อมูลที่เก็บไว้ จากการยื่นขอมรดกโลก นำมาสร้างเป็นแบบจำลองเหมือนจริง เพื่อเป็นการคงมรดกของโลกเอาไว้ให้รุ่นต่อ ๆ ไปค่ะ

    หากไม่สามารถสร้างแบบจําลองในพื้นที่ดั้งเดิมได้ ด้วยปัญหาใด ๆ ก็ตาม จะมีการจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสมและสร้าง แบบจําลอง จากข้อมูลจริงขึ้นมาทดแทน

    ดังนั้น หาก มีการปะทะกันอีกแล้ว ไทยไม่อยากมีปัญหาเรื่องนี้ ก็โจมตีแบบให้ราบไปเลย ซึ่งแน่นอนจะต้องมี คำวิพากษ์วิจารณ์ จากนานาชาติโดยเฉพาะหน่วยงานการกุศลทั้งหลาย แต่ปัญหานี้จบ กัมพูชาจะไม่สามารถใช้พื้นที่เหล่านี้เป็น ฐานบัญชาการส่งกำลังบำรุงใด ๆ ได้อีก แน่นอนยูเนสโกคงต้องประณาม
    ซึ่งก็น่าจะมีผลกระทบต่างๆตามมา ตรงนี้ไม่ใช่แนวทางที่อยากให้ปฏิบัติ แต่เป็นคำตอบของคำถาม พี่ถามว่าถ้าโจมตีรอบหน้า โจมตีให้ลาบไปเลย จะได้ไม่ต้องซ่อม กันอีก ผลที่ตามมานอกเหนือจากถูกประณาม จากนานาชาติ โดนตำหนิจากประเทศพันธมิตร ปัญหาจบ ยูเนสโกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทําแบบจําลองจากข้อมูลจริงขึ้นมา ชดเชยแทน

    https://www.facebook.com/share/19A8Vazfhh/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นทุ่ม 6-7 ล้านล้านเยนอุ้มค่าเงิน หลังเยนอ่อนแตะจุดต่ำสุดรอบ 40 ปี

    ญี่ปุ่นอาจต้องลงมืออุ้มค่าเงินอีกครั้ง หลังเยนอ่อนหนักจนตลาดเห็นสัญญาณการซื้อเยนราว 6-7 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 37,500-44,000 ล้านดอลลาร์

    รายงานจาก Nikkei Asia ที่ InfoQuest นำเสนอระบุว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากธนาคารกลางญี่ปุ่นบ่งชี้ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเงินเมื่อวันพฤหัสบดี โดยการเคลื่อนไหวของเยนแรงมาก เงินเยนพุ่งจาก 162.80 เยนต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 157.95 เยนต่อดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 50 นาที

    ตัวเลขนี้สำคัญเพราะเยนเพิ่งอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ 163.99 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เยนอ่อนอาจช่วยผู้ส่งออกบางส่วน แต่ถ้าอ่อนมากเกินไปจะดันต้นทุนนำเข้า พลังงาน อาหาร และลดกำลังซื้อของประชาชน นี่คือจุดที่ค่าเงินไม่ใช่แค่เรื่องตลาด แต่กลายเป็นเรื่องค่าครองชีพ

    ข้อมูล BOJ ยังชี้ว่าจะมีสภาพคล่องไหลออกจากระบบการเงินประมาณ 8.2 ล้านล้านเยนในวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งต่างจากที่โบรกเกอร์ในตลาดเงินคาดไว้มาก ความต่างนี้ทำให้ตลาดเชื่อว่าอาจเกิดธุรกรรมแทรกแซงซื้อเยนจริง แต่การยืนยันขั้นสุดท้ายต้องรอรายงานรายเดือนของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นในวันที่ 28 สิงหาคม

    สำหรับตลาดโลก ข่าวนี้บอกว่าประเทศใหญ่เริ่มไม่ปล่อยให้ดอลลาร์แข็งและค่าเงินอ่อนเดินไปเองทั้งหมด ถ้าเยนอ่อนเกินไป ญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อเบรกตลาด และถ้าประเทศอื่นเจอแรงกดคล้ายกัน ความผันผวนค่าเงินเอเชียจะสูงขึ้นตาม

    สำหรับไทย เยนมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือการแข่งขันส่งออกและต้นทุนท่องเที่ยว ทางอ้อมคือถ้าญี่ปุ่นต้องสู้ค่าเงิน ดอลลาร์แข็งอาจกลายเป็นแรงกดต่อเงินบาทและเงินทุนเอเชีย คนทำธุรกิจนำเข้า ส่งออก หรือถือสินทรัพย์ต่างประเทศจึงต้องอ่านข่าวค่าเงินเหมือนอ่านข่าวดอกเบี้ย

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ ญี่ปุ่นไม่ได้แทรกแซงเพราะอยากให้เยนแข็งสวยงาม แต่เพราะเยนอ่อนเริ่มกระทบเงินเฟ้อและกำลังซื้อ การซื้อเยนอาจช่วยหยุดความเร็วของตลาดได้ แต่ถ้าส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐยังใหญ่ แรงกดดันอาจกลับมาอีก

    ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณว่าโลกค่าเงินกำลังเข้าสู่ช่วงที่ธนาคารกลางต้องออกแรงมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อทำกำไร แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินกลายเป็นภาษีเงียบที่กินกำลังซื้อของประชาชนทั้งประเทศ

    #เยน #ญี่ปุ่น #BOJ #ค่าเงิน #ดอลลาร์ #เงินเฟ้อ #KimPropertyLive

    https://www.facebook.com/share/18rWjEbgma/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อังกฤษคงดอกเบี้ย 3.75% แต่เสียงแตก 3 คน ตลาดกลัวน้ำมันดันเงินเฟ้อ

    อังกฤษคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่เสียงแตกในธนาคารกลางทำให้ตลาดเห็นชัดว่า สงครามอิหร่านกำลังทำให้การลดดอกเบี้ยของโลกไม่ง่ายเหมือนที่หวัง

    Bank of England มีกรรมการ 9 คน และ 3 คนในนั้นต้องการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่านกับราคาน้ำมัน นี่คือจุดที่ทำให้การคงดอกเบี้ยรอบนี้ไม่ใช่การ “นิ่งแบบสบาย” แต่เป็นการนิ่งท่ามกลางความเห็นที่แยกกันชัด

    Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษบอกว่าธนาคารไม่ได้กำลังเตรียมตลาดให้รับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป และยังเห็นหลักฐานจำกัดว่าแรงจากราคาน้ำมันจะลามไปเป็นแรงกดราคาสินค้าและบริการวงกว้าง แต่เขาก็ยอมรับว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นช่วงปลายปี นี่คือภาษาธนาคารกลางที่แปลเป็นภาษาตลาดได้ว่า “ยังไม่ขึ้นตอนนี้ แต่ยังลดไม่ได้ง่าย”

    ข้อมูลจาก The Guardian ระบุว่า หลังการประชุม โอกาสที่ตลาดมองว่าเดือนกันยายนจะคงดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 53.6% เป็น 73% ภายในช่วงบ่าย ตัวเลขนี้สำคัญเพราะมันบอกว่าตลาดไม่ได้เชื่อว่าอังกฤษจะรีบเข้มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เห็นทางลดดอกเบี้ยเร็วเช่นกัน เศรษฐกิจอังกฤษจึงติดอยู่ระหว่างเงินเฟ้อพลังงานกับการเติบโตที่อ่อน

    สำหรับคนไทย ข่าว Bank of England อาจดูไกล แต่จริง ๆ คือภาพเดียวกับที่หลายประเทศเจอ ธนาคารกลางอยากช่วยเศรษฐกิจ แต่ถ้าน้ำมันและสงครามทำให้เงินเฟ้อไม่ยอมลง การลดดอกเบี้ยจะกลายเป็นความเสี่ยง ไม่ใช่ของขวัญให้ตลาด

    ผลต่ออสังหาและสินเชื่อคือ ดอกเบี้ยโลกยังมีโอกาสแพงนาน ถ้าอังกฤษ ยุโรป และสหรัฐยังติดปัญหาเงินเฟ้อจากพลังงาน เงินทุนโลกจะไม่รีบไหลกลับตลาดเกิดใหม่ และต้นทุนการเงินระยะยาวจะลดช้ากว่าที่ผู้กู้คาดหวัง

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้

    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ Bank of England กำลังพยายามไม่ให้ตลาดตีความผิดว่า “คงดอกเบี้ยเท่ากับใกล้ลด” เพราะสงครามอิหร่านทำให้ราคาพลังงานเป็นตัวแปรที่ธนาคารกลางคุมไม่ได้ นี่คือความเสี่ยงที่ทำให้นโยบายการเงินทั่วโลกยังถูกบีบ

    ข่าวนี้จึงใหญ่กว่าอังกฤษ เพราะมันกำลังบอกว่ารอบดอกเบี้ยขาลงของโลกอาจไม่ราบรื่น ถ้าสงครามยังดันน้ำมัน เงินเฟ้อจะยังกลับมากวนธนาคารกลาง และคนถือหุ้น ทอง บ้าน หรือหนี้ ต้องเตรียมใจว่าดอกเบี้ยถูกอาจมาช้ากว่าที่ตลาดอยากได้

    #KimPropertyLive #BankOfEngland #อังกฤษ #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #น้ำมัน #สงครามอิหร่าน

    https://www.facebook.com/share/p/1DNSUDLCnK/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    @... "ญี่ปุ่นใช้สงครามทหาร WW2 : เอาเปรียบทางการเงินเอเชีย = อเมริกา2026"

    ***... การบุกรุกของกองทัพญี่ปุ่นในสมรภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1941–1945) ไม่ได้มีเพียงยุทธการทางทหารที่รวดเร็วและรุนแรงเท่านั้น ...

    แต่ยังมี "สงครามทางการเงิน" ที่ญี่ปุ่นใช้เป็นเครื่องมือสูบเอาทรัพยากรและสินค้าจากประเทศในภูมิภาคไปใช้ในการสงครามด้วยราคาที่ต่ำเกินจริง

    ***.... ยุทธวิธีสูบทรัพยากร: การแทรกแซงเงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน

    เป้าหมายหลักของญี่ปุ่นในการมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ น้ำมัน, ยางพารา, ดีบุก, ข้าว และไม้ เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมสงครามของตน แต่ญี่ปุ่นไม่มีเงินตราต่างประเทศ (เช่น ดอลลาร์หรือปอนด์) หรือทองคำเพียงพอในการซื้อสินค้าเหล่านี้ จึงใช้กลไกการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนมาเอาเปรียบดังนี้:

    ก. การพิมพ์ "เงินกล้วยหอม" และธนบัตรสงคราม (Military Scrip)

    ในดินแดนที่ยึดครองโดยตรง เช่น มาลายา สิงคโปร์ พม่า และฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่นได้ยกเลิกการใช้เงินเดิมแล้วพิมพ์ "ธนบัตรทหาร" (Military Yen / Japanese Invasion Money) ขึ้นมาใช้แทน

    พิมพ์ได้ไม่จำกัด: เงินเหล่านี้ไม่มีทองคำหรือทุนสำรองใดๆ บังคับเอาไว้

    ญี่ปุ่นต้องการซื้ออะไรก็แค่พิมพ์เงินกล้วยหอมออกมาซื้อ

    มูลค่าดิ่งเหว: ยิ่งพิมพ์มาก เงินก็ยิ่งไร้ค่า เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ประชาชนต้องใช้เงินเป็นตะกร้าเพื่อซื้อข้าวสารเพียงถุงเดียว

    ข. การกดดันและควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศไทย

    ***... กรณีของไทยต่างออกไปเล็กน้อยเนื่องจากไทยมีสถานะเป็น "พันธมิตร" (ตามข้อตกลง) ไม่ใช่ดินแดนยึดครองโดยตรง ญี่ปุ่นจึงไม่สามารถใช้เงินกล้วยหอมโดยตรงได้ แต่ใช้วิธีบีบบังคับทางนโยบายการเงินแทน

    ... มาตรการที่ญี่ปุ่นใช้กับไทยผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    ... บังคับไทยให้ปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินใหม่ ผูกค่าเงิน 1 บาท = 1 เยน ( เดิมที 100 บาท แลกได้ประมาณ 155-160 เยน ... เงินบาทแข็งกว่าเงินเยน)

    ... การกู้เงินบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทย

    ญี่ปุ่นบังคับให้ไทยเปิดบัญชี "เงินกู้" ให้กองทัพญี่ปุ่นเบิกเงินบาทไปใช้จ่ายในไทยได้แบบไร้ขีดจำกัด โดยญี่ปุ่นสัญญาว่าจะชำระคืนเป็นเงินเยน (ซึ่งเงินเยนนั้นถูกอายัดไว้ในธนาคารกลางญี่ปุ่น ไม่สามารถนำมาใช้ซื้อของนอกประเทศได้จริง)

    แต่ญี่ปุ่นบีบให้ปรับอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 1 บาท = 1 เยน เท่ากับว่าทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นทันที 50-60% สินค้าไทยจึงถูกลงมากในสายตาของญี่ปุ่น

    ***... "ตัดการสำรองทองคำและดอลลาร์"

    ญี่ปุ่นบังคับให้ไทยเปลี่ยนทุนสำรองจากทองคำและเงินปอนด์มาเป็น "เงินเยน" ทำให้ระบบการเงินของไทยต้องผูกติดกับญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์

    ... . สรุปผลกระทบที่เกิดขึ้น

    การถ่ายโอนทรัพยากรราคาถูก: ญี่ปุ่นสามารถขน ข้าว ยางพารา ดีบุก และเสบียงออกจากไทย มาลายา และพม่า กลับไปยังญี่ปุ่นได้ในราคาที่ถูกมาก (เพราะใช้เงินเยนที่ถูกปรับค่าให้สูงเกินจริง หรือใช้เงินกล้วยหอมที่พิมพ์ขึ้นมาเอง)

    ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation):

    การที่กองทัพญี่ปุ่นนำเงินบาทที่กู้ไป (และเงินกล้วยหอมในประเทศอื่น) ออกมาหมุนเวียนในตลาดจำนวนมหาศาล โดยไม่มีสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้ราคากลางของสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นหลายร้อยเท่า

    การขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก:

    ประชาชนในภูมิภาคตกอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องแต่งกาย เนื่องจากเสบียงส่วนใหญ่ถูกเหมาซื้อส่งไปป้อนกองทัพญี่ปุ่น

    วิกฤตเศรษฐกิจและการเงินจากการแทรกแซงของญี่ปุ่นในครั้งนั้น ส่งผลกระทบเรื้อรังต่อระบบเงินบาทของไทยและเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่องไปอีกหลายปีหลังจากสงครามยุติลง

    (***... 2026 สงครามที่อเมริกาทำกับเวเนซุเอลาแล้วก็อิหร่านนั้นทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าเกินกับความเป็นจริงแล้วก็เงินประเทศอื่นก็อ่อนด้อยมากกว่าความเป็นจริงแล้วก็ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศเล็กๆทั่วโลกต่ำลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ... สรุปก็คืออเมริกาใช้สงครามทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของเขาได้เปรียบ ดันราคาน้ำมัน ดันค่าเงินดอลลาร์ และก็สามารถซื้อของได้มากขึ้น... ทำลายราคาทองคำ ... นี่คือความเป็นจริงเบื้องหลังสงคราม... )

    https://www.facebook.com/share/1RGxLs5bVL/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาต้องได้กลับบ้าน พวกเขา . โดยเจ้าหน้าที่ UN Tom Andrews ,
    เมื่อวันที่ 31.07.2569 ที่ผ่านมา นายโธมัส แอนดรูว์ส (Tom Andrews) ได้มีการเปิดการสัมภาษณ์สดโดยได้เผยแพร่ใน
    โลกออนไลน์กัมพูชา ได้เขาพูดถึงประชาชนที่ต้องอพยบ และ พื้นที่โดนยึดโดยได้มีประโยค หนึ่งที่ได้กล่าวตอนนาทีที่ 25:01 ว่า
    .
    "เขาเองไม่เห็นด้วยกับการยึดครองพื้นที่ของบ้านเรือนประชาชนชาวกัมพูชาและเราเห็นด้วยที่จะให้ประชาชนชาวกัมพูชาได้กลับบ้านพักอาศัยเขา"
    จากฝ่ายไทย ทำให้ ณ ตอนนี้ชาวกัมพูชา ดีใจเป็นอย่างมาก ที่ทางสหประชาชาติ ระดับสูงอย่าง Tom Andrews ได้ออกมาพูดถึง
    .
    ✅เมื่อวันที่ 28.07.2569 โธมัส แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษคนใหม่ของสหประชาชาติ (UN)
    ด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายแดนที่กัมพูชาระบุว่าอยู่ภายใต้การยึดครองของไทย
    เขาเดินทางไปยังพื้นที่บริเวณ บึงตราคูน ในเขต ทมอร์พูค จังหวัดบันเตียเมียนเจย
    ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังไทยได้นำ ตู้คอนเทนเนอร์และที่พักชั่วคราว ไปติดตั้งไว้
    การลงพื้นที่ครั้งนี้จัดขึ้นโดย อุม เรียตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด.
    .
    แต่เป็นที่น่ากังวล
    ไทยไม่มีการทำอะไรเลย
    ✅ สักนิสไม่เชิญทูต
    ✅ ไม่แถลงข่าว
    ✅ ไม่เรียกสหประชาาติเข้ามาหรือไปชี้แจงแต่อย่างใด

    นี้หรือไม่ที่เราอาจจะมีเหตุต้องทะเลาะกับเขมรอีกรอบ

    #beemnews
    #scambodia
    อ้างอิงจาก


    ✅สำรอง
    https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅กลุ่มแจ้งข่าวแชร์ข่าว ช่วยกัน อัพเดท
    https://www.facebook.com/share/g/1Eedhjxc9P/
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไปฝากไปติดตามด้วยนะครับข้อมูลเก่าภาพเก่าในอดีต
    https://www.youtube.com/@beemnew
    https://www.facebook.com/share/v/19gzk6F1FW/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • l.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.6 MB
      เปิดดู:
      162
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจของชาติอย่างยิ่งสำหรับราชอาณาจักรกัมพูชา การปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ฝ่ายไทยออกแถลงการณ์โต้แย้ง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาคมระหว่างประเทศทั้งหมดอยู่เคียงข้างความยุติธรรมและสนับสนุนอธิปไตยของกัมพูชาในการปกป้องมรดกโลกปราสาทพระวิหารตลอดไป
    .
    .
    .

    https://www.facebook.com/share/19EY8y8pKL/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อเมริกาทำไมต้องช่วยญี่ปุ่นสู้ค่าเงิน❓ไม่งั้นอเมริกาจะฉิบหายเองน่ะสิ‼️ ตอนนี้พันธบัตรรัฐบาลอเมริการะส่ำสาหัสยิ่ง⚠️กำลังบรรลัยสุดในรอบ 2 ทศวรรษซึ่งขืนโดนญี่ปุ่นซ้ำเข้าไปอีก ทรุดหนักแน่!

    แล้วมันเกี่ยวกันยังไงกับญี่ปุ่น
    1.) "เจ้าหนี้" รายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลอเมริกา ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
    หมายความว่าญี่ปุ่นเป็นผู้ถือครองพันธบัตรอเมริกามากที่สุดในโลก
    ตัวเลขล่าสุด มูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

    2.) ยิ่งเงินเยนวิกฤติอ่อนยับ แบงก์ชาติญี่ปุ่นยิ่งต้องสู้ค่าเงิน
    การสู้ค่าเงินก็คือ ขายดอลลาร์ ซื้อเยน (เพิ่ม demand ของเยนในตลาด)
    วิธีการก็คือ ควัก "ทุนสำรองระหว่างประเทศ" ออกมาใช้ หรือว่าง่ายๆ ก็คือขายพันธบัตรอเมริกาเพื่อเอาดอลลาร์มาแลกเยน!

    พอโยงใยเห็นภาพใช่ไหมครับท่าน
    "ผู้ถือพันธบัตรมากสุด ขายพันธบัตรแรงๆ" จะเลวร้ายเช่นไร
    ⚠️⚠️⚠️

    แล้วควรทราบ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
    คือดีกรีของข้อ 2.) มันกำลังแรงมาก!
    แปลว่ายิ่งต้องขายพันธบัตรอเมริกาเยอะๆ!

    แล้วรู้หรือไม่ ขณะนี้ พันธบัตรอเมริกาอายุสิบปี บัดซบสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง
    พันธบัตรอายุยี่สิบปี บัดซบสุดในรอบ 3 ปี
    พันธบัตรอายุสามสิบปี บัดซบสุดในรอบ 2 ทศวรรษ!!!!!โดยที่ yield เหยียบ 5.27% เข้าให้แล้ว!
    (*bond : พันธบัตร/หุ้นกู้ ยิ่ง yield ขึ้น คือราคายิ่งตก แปลว่า bond นั้นยิ่งไม่ดี)

    คือสถานการณ์ปัจจุบันพันธบัตรก็ร่อแร่อยู่แล้ว ไม่ควรโดนกระทืบอีก!

    เราจึงเห็นข่าวว่าอเมริกาต้องออกโรงช่วยญี่ปุ่นสู้ค่าเงิน
    (ก่อนที่ญี่ปุ่นจะกระหน่ำขายพันธบัตรอเมริกาไปมากกว่านี้)
    ซึ่งอเมริกาสู้ ก็ด้วยการขายยูโร ซื้อเยน (ไม่เกี่ยวกับดอลลาร์)

    ไม่ใช่เมตตากรุณาอะไรต่อญี่ปุ่นนักหรอก!
    แต่มันจวนตัว‼️จะเข้าตัว‼️ต้องโดดช่วยเพื่อป้องกันตัวเองไปในตัว‼️

    https://ticdata.treasury.gov/resource-center/data-chart-center/tic/Documents/slt_table5.html

    เรื่องราวมันขยายความจากเรื่องนี้ครับ
    https://www.facebook.com/share/p/19YPzNo8yr/

    https://www.facebook.com/share/17v9gpcsb5/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ป่วนหนัก ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์ ลั่น! ต้อง "ขึ้นดอกเบี้ย" เรียกเชื่อมั่นสกัดเงินเฟ้อด่วน!
    ผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี พุ่งแตะ 5.2% สูงสุดในรอบ 19 ปี

    https://www.facebook.com/1000635881...qvssGzkrH4jggLG7BgSkzDV1Gwgl/?mibextid=NOb6eG
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการปิดล้อมทางบกต่อการส่งออกและนำเข้าของอิหร่านระหว่างการประชุมเมื่อต้นสัปดาห์นี้

    มีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯและนายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน "ทั้งทางทหารและไม่ใช่ทางทหาร" เมื่อพวกเขาพบกันที่ห้องทำงานรูปไข่ในวันอังคาร

    แผนนี้อาจต้องใช้ความพยายามจากสหรัฐฯและอิสราเอลในการกดดันประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรในภูมิภาคของอิหร่านให้เข้มงวดหรือปิดด่านชายแดน ซึ่งจะจำกัดการไหลเวียนของการส่งออกและนำเข้า

    "ถ้าเราปิดเส้นทางทางบกทั้งหมดล่ะ? ลองนึกภาพว่าอิหร่านไม่สามารถนำอะไรเข้ามาหรือนำอะไรออกไปได้เลย อะไรก็เกิดขึ้นได้" เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลกล่าวกับเดอะเทเลกราฟ โดยกล่าวถึงหนึ่งในตัวเลือกที่รายงานว่าได้หารือกันระหว่างสองประเทศ

    พลโทหญิงซู แมคฟาร์แลนด์ ผู้เกษียณอายุราชการ กล่าวว่า แม้การปิดล้อมทางบกจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แต่ “หากคุณตัดเส้นทางการค้าของอิหร่าน... คุณจะทำให้อิหร่านโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ นั่นคือวิธีที่จะบีบให้อิหร่านยอมจำนน”

    เธอกล่าวเสริมว่า “วิธีการทางเศรษฐกิจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ต้องรวมถึงองค์ประกอบทางทหารด้วย”

    “อิหร่านมีพรมแดนทางบกติดกับหลายประเทศ และอิรักก็มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอิหร่าน นี่จะทำให้การขัดขวางการส่งความช่วยเหลือเป็นเรื่องยากมาก”

    การปิดล้อมทางบกอาจมุ่งเป้าไปที่ด่านพรมแดนสำคัญ เช่น อินเช โบรุน และซาราคส์ ซาราคส์ ซึ่งเชื่อมระหว่างอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน

    อิหร่านมีพรมแดนติดกับอิรัก, ตุรกี, ปากีสถาน, อัฟกานิสถาน, เติร์กเมนิสถาน, อาร์เมเนีย, และอาเซอร์ไบจาน หมายความว่าผู้นำจะต้องโน้มน้าวประเทศเหล่านี้ ซึ่งหลายประเทศไม่ใช่พันธมิตรของตน ให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมมือกัน

    วอชิงตันอาจมองว่าปากีสถานและอิรัก ซึ่งไม่ถือว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดในภูมิภาค เป็นจุดอ่อน

    หากประเทศใดประเทศหนึ่งในเจ็ดประเทศที่อยู่ติดกับอิหร่านตกลงที่จะให้ความร่วมมือ ประเทศเหล่านั้นจะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของตนเอง และภัยคุกคามจากการตอบโต้ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

    31/07/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1JEGaS38Kk/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นาย Tom Andrew ตัวแทนคณะทำงานของ UN สิทธิมนุษยชนพูดปัญหาชายแดนไทยเขมรในคลิปดังนี้ ผมใช้ AI แปลนะ ขี้เกียจมานั่งพิมพ์

    ความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศคือเสาหลักสำคัญของการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพต่อความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชน และยังเป็นเสาหลักที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาบอกกับผมว่า สามารถสร้างทางออกที่ยุติธรรมต่อข้อพิพาทชายแดนกับประเทศไทยได้

    ผมได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนเพื่อดูผลกระทบของความท้าทายนี้ด้วยตนเอง และได้พบปะกับผู้คนที่ชีวิตต้องพลิกผันจากความขัดแย้ง หลังจากพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดและรับฟังการบรรยายสรุปอย่างครอบคลุมแล้ว ผมได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ซึ่งสร้างโดยทางการกัมพูชา และได้เห็นเด็กๆ เข้าแถวรอรับประทานอาหารเช้าในโครงการอาหารโลก
    สิ่งที่ทรงพลังที่สุดคือการได้พบกับครอบครัวต่างๆ ที่เล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำตาคลอเบ้าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องสูญเสียไป รวมถึงคุณแม่ที่พูดถึงความน่ากลัวเมื่อหมู่บ้านถูกโจมตี หรือความเจ็บปวดที่บ้านเรือนถูกรถเกลี่ยดินทำลาย

    พลเรือนชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คนต้องพลัดถิ่นในพื้นที่ชายแดนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ยังมีผู้พลัดถิ่นหลงเหลืออยู่อีกมากกว่า 20,000 คน ผมได้พูดคุยกับพลเรือนที่บอกว่าพวกเขาไม่สามารถกลับบ้านได้ เนื่องจากหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ในปัจจุบันถูกยึดครองโดยทหารไทย

    ผมได้เดินทางไปถึงบริเวณชายแดนและได้เห็นสิ่งกีดขวางรวมถึงลวดหนามที่ขัดขวางไม่ให้ผู้อยู่อาศัย รวมถึงบางคนที่ผมได้พูดคุยด้วย ไม่สามารถกลับคืนสู่บ้านเรือนของตนได้ ผมเห็นบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยรูกระสุน โรงงานและคลังสินค้าที่ถูกทำลาย รวมถึงระเบิดที่ยังไม่ระเบิดท่ามกลางซากปรักหักพัง
    ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

    ผู้ที่พลัดถิ่นจากความขัดแย้งทางอาวุธมีสิทธิที่จะกลับคืนสู่บ้านเรือนของตน ข้อตกลงหยุดยิง
    เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาระบุให้พลเรือนสามารถกลับคืนสู่บ้านเรือนและวิถีชีวิตได้อย่างปลอดภัยและไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง
    จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่

    ประเทศไทยและกัมพูชาจะต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งรัดการเดินทางกลับของพลเรือนที่พลัดถิ่น พวกเขาต้องการและสมควรที่จะได้กลับบ้าน"

    สิ่งที่พูดภาพรวมคือไทยไปยึดครองดินแดนและบ้านเรือนของคนเขมร ไปยิงระเบิดใส่บ้านเขมร และไม่ยอมให้คนพวกนี้กลับบ้าน ไปยิงบ้านเรือนประชาชนเขมร ไปไถบ้านชาวเขมร

    ทั้งๆที่บ้านจำนวนมากถูกใช้เป็นที่ส่องสุมของทหารเขมร

    ทั้งๆที่บ้านคนเขมรจำนวนมากสร้างล้ำดินแดนไทย สืบเนื่องจากปัญหาสงครามกลางเมืองเขมร

    แล้วเขายังหยิบยกข้อตกลงวันที่ 27 ธันวาคม ในข้อที่ 4 ที่ระบุว่า Both sides agree to allow civilians residing in the affected border areas to return at the earliest, without obstruction and in safety and dignity, to their homes and normal livelihoods in areas within their own side.
    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะอนุญาตให้พลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบสามารถเดินทางกลับบ้านและใช้ชีวิตตามปกติในพื้นที่ฝั่งของตนได้โดยเร็วที่สุด โดยปราศจากการขัดขวาง และมีความปลอดภัยรวมถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    ซึ่งเอาจริงๆ ข้อ 4 มีปัญหามานานแล้วตั้งแต่ตอนที่แถลงการใหม่ๆ คนไทยเองก็ไม่เข้าใจจะมีข้อนี้ทำไม ในเมื่อเขมรเองก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาในพื้นที่ที่ทหารไทยยึดคืนแล้วจะเขียนทำไม

    ตอนนั้นก็ดราม่ากัน ถ้าผมจำไม่ผิดตอนนั้นกองทัพออกมาบอกว่า ทหารเรายึดตรงไหนได้ก็อยู่ตรงนั้น ทหารเขมรหรือคนเขมรก็ไม่สามารถกลับเข้ามาได้

    คนเขมรก็กลับมาไม่ได้จริงแหละ แต่ข้อที่ 4 นี้ก็กลับเป็นปัญหาที่มาพันคอไทยเอง เพราะสุดท้ายเขมรก็ใช้ข้อนี้มาว่าไทยไม่ยอมให้คนเขมรกลับบ้านเรือนของตน

    ตอนออกมาแรกๆคนไทยก็กังวลกันหมดแหละสำหรับข้อนี้ ก็ไม่เข้าใจจะไปเขียนทำไมตั้งแต่แรก

    ต้องมานั่งแก้ต่างเพราะความอยากเป็นพระเอก อยากเป็นคนดี ในสายตาคนอื่น

    ถ้าใครบอกว่าการทูตของไทยดีเก่ง ก็เชิญเหอะครับ

    ผมถือว่า UN หรือ คนที่ UN ส่งมาเขาเป็นกลาง

    ถึงขั้นที่เขาพูดแบบนี้ได้แสดงว่าการสื่อสารของไทยในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเวที UN หรือสื่อไปถึงนานาชาติไร้น้ำยาครับ เขาจึงพูดออกมาแบบนี้

    เพราะถ้าเขารู้เรื่องจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านหนองจาน ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้หรอก

    อย่าไปด่า UN ครับ ด่าคนของเราที่ไม่มีน้ำยา และไม่มีปัญญาสื่อสาร หรือทำการทูตเชิงรุก ทำการทูตเดินตามตูดเขมรตลอด

    https://www.facebook.com/share/v/17zXkWrbcf/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.8 MB
      เปิดดู:
      158
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงการต่างประเทศของไทยออกแถลงการณ์หลังจากนาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา (UN Special Rapporteur on the situation of human rights in Cambodia) ซึ่งมีการพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยย้ำว่าความขัดแย้ง #ชายแดนไทยกัมพูชา นั้นไม่ได้เริ่มจากฝ่ายไทย

    และที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชาจำนวน 650,000 คน นั้น คือชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวซึ่งไทยให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและไม่ยอมย้ายออกไป ซึ่งคนเหล่านี้มีสถานะกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ

    ไทยย้ำว่าเรื่องสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ส่วนเรื่องแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับไปจากไทยนั้นเป็นไปโดยความสมัครใจและรัฐบาลกัมพูชาเชิญชวนกลับไปเอง และไทยย้ำว่าไทยยึดหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้

    -----------------------------

    ตามที่ปรากฏรายงานข่าวเกี่ยวกับแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจ (End of Mission Statement) ภายหลังการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของนาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา (UN Special Rapporteur on the situation of human rights in Cambodia) ระหว่างวันที่ 20–31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีการพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทย–กัมพูชา นั้น

    1. ไทยรับทราบแถลงการณ์ดังกล่าว และขอย้ำอีกครั้งว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่นำมาสู่ผลกระทบต่าง ๆ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทยโดยฝ่ายกัมพูชา

    2. กรณีที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชา (Internally Displaced Persons: IDPs) จำนวน 650,000 คน นั้น ไทยขอชี้แจงว่า จำนวนที่กล่าวอ้างนั้น ในความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย อย่างไรก็ดี ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวมิได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงฝ่ายกัมพูชาหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs)

    3. ไทยเห็นว่า ประเด็นเรื่องสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิ (right of return) ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเพื่อการประชาสัมพันธ์ในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มากกว่าการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จนต้องพลัดถิ่นภายในกัมพูชา ทั้งในด้านสิทธิในชีวิตและความปลอดภัย และการให้หลักประกันว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงที่พักพิงที่เหมาะสม มาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ อาหาร น้ำสะอาด สุขาภิบาล และบริการด้านสาธารณสุขที่จำเป็น

    4. สำหรับกรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับจากประเทศไทย ซึ่งผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีจำนวน 900,000 คน ไทยขอชี้แจงว่า แรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศภายหลังเกิดสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประกอบด้วยทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน โดยแรงงานดังกล่าวเดินทางกลับกัมพูชาโดยสมัครใจภายหลังการเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในไทย และไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด

    5. ขอย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) มาอย่างต่อเนื่อง และได้มีคำชี้แจงเรื่องนี้ต่อกลไกดังกล่าว ซึ่งได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการไว้แล้ว สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

    6. ไทยเห็นว่า กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งคำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุม เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเป็นไปอย่างสมดุล และสอดคล้องกับอาณัติของกลไกพิเศษอย่างแท้จริง

    7. ไทยพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาด้วย โดยร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) วันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด รวมถึงการลดระดับความตึงเครียด และการงดเว้นการกระทำหรือการกล่าวหาที่เป็นการยั่วยุและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือบั่นทอนความไว้วางใจ เพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตามแนวชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคีร่วมกันต่อไป

    https://www.facebook.com/share/1DDEJnzRjj/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เตรียมออกคำสั่งขั้นสุดท้ายสำหรับการโจมตีอิหร่าน ตามรายงานสื่ออิสราเอล

    https://www.facebook.com/share/1DSDakbyqi/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเปิดเผยว่า ได้หารือกับซาอุดีอาระเบีย พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยังทุกฝ่ายว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตี อิหร่านจะตอบโต้กลับอย่าง "รุนแรง"

    https://www.facebook.com/share/p/1BusnCaX1v/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ระบุ อิหร่านกำลังเผชิญเงินเฟ้อรุนแรง พร้อมอ้างว่าสหรัฐฯ กำลังกดดันค่าเงินอิหร่าน

    ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า

    “อิหร่านกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่”

    “ผมกำลังทำลายสกุลเงินอิหร่าน”
    https://www.facebook.com/share/p/19GqeM91bo/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดให้น้ำหนัก 60% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน
    FB_IMG_1785624432772.jpg
    แพลตฟอร์มทำนายผล Polymarket ประเมินว่า ตลาดให้น้ำหนักสูงถึง 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% (25 Basis Points) ในการประชุมเดือนกันยายน

    การเปลี่ยนแปลงของมุมมองตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2007

    หากเป็นไปตามที่ตลาดคาด การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ หลังจากก่อนหน้านี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดหวังว่า Fed จะมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยหรือใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากกว่านี้

    https://www.facebook.com/share/p/1AFwaEcyZk/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! สหรัฐฯ แจ้งเตือนพลเมืองในตะวันออกกลาง ให้พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่ หรือเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น

    FB_IMG_1785624737840.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1LCXWkgdwk/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วอชิงตันโพสต์เผย นายพลสหรัฐฯ เตือนเพนตากอน กำลังรบไม่เพียงพอรองรับภารกิจปกป้องอิสราเอล

    สำนักข่าว The Washington Post รายงานข้อความเตือนเป็นการภายในจาก พล.อ. อเล็กซัส กรินเควิช (Gen. Alexus Grynkewich) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นยุโรป (EUCOM) ถึงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) โดยระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์ทางเรืออย่างหนัก โดยเฉพาะเรือพิฆาต (Navy destroyers) ที่ใช้ในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวและอากาศยานไร้คนขับจากอิหร่านรวมถึงกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน

    คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำว่า หากไม่ได้รับการจัดสรรเรือพิฆาตเพิ่มเติมเข้าร่วมภารกิจ เขาอาจถูกบีบให้ต้องตัดสินใจเลือกจัดลำดับความสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับการปกป้องดินแดนแม่ของสหรัฐฯ (U.S. homeland) เป็นอันดับแรก ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถสนับสนุนระบบป้องกันทางอากาศให้แก่อิสราเอลได้อย่างเพียงพอ สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงตัวอย่างหนักของทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ ที่ต้องแบกรับภารกิจการคุ้มกันทางอากาศในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง


    https://www.facebook.com/share/p/1c4jyWXqGD/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,435
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มหาอำนาจไม่เคยปล่อยให้ชะตากรรมของช่องแคบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เป็นเรื่องของความบังเอิญ ผู้ที่ควบคุมช่องแคบยิบรอลตาร์ ย่อมควบคุมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    FB_IMG_1785624893514.jpg
    สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องการควบคุมเส้นทางผ่านแห่งนี้ เพราะช่องแคบยิบรอลตาร์เป็นหนึ่งในช่องแคบที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่สุดของโลก โดยมีเรือมากกว่า 100,000 ลำแล่นผ่านในแต่ละปี อีกทั้งยังเป็นเส้นทางธรรมชาติเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอำนาจของมหาอำนาจโลกตั้งอยู่บนการควบคุม "จุดคอขวดทางทะเล" (maritime choke points)

    โมร็อกโกคือพันธมิตรสำคัญในการควบคุมจุดยุทธศาสตร์แห่งนี้ ท่าเรือ Tanger Med ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 7 พันล้านดอลลาร์ ได้แซงหน้าท่าเรืออัลเฆซีรัส (Algeciras) แล้ว ขณะที่ท่อส่งก๊าซ Medgaz เป็นแหล่งส่งก๊าซให้ยุโรป และท่าเรือของโมร็อกโกก็พร้อมที่จะเข้ามาแทนที่ท่าเรือของสเปน หากกรุงมาดริดปิดกั้นการขนส่งอาวุธไปยังอิสราเอล

    วิกฤตที่เซวตาไม่ใช่วิกฤตการย้ายถิ่นฐาน แต่เป็นสงครามเพื่อแย่งชิงการควบคุมช่องแคบยิบรอลตาร์.https://x.com/LiseSantolini/status/2083131620542775616

    https://www.facebook.com/share/14k2xqA8jFL/
     

แชร์หน้านี้

Loading...