เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 6 พฤษภาคม 2026 at 15:16.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่บ้านพักริมทะเลสาบ Wakatipu ถนน Bolton Lane เมืองควีนส์ทาวน์ อยู่ที่ ๗ องศาเซลเซียส แต่ก็ขึ้นมาเป็น ๘ เป็น ๙ องศาเซลเซียสในเวลาอันรวดเร็ว ท้องฟ้ามีแต่เมฆมืดไปหมด..!

    เมื่อวานนี้กระผม/อาตมภาพได้ยินเสียงบ่นจากคณะจนหูชาว่า ครั้งก่อนที่มานั้นเจอฝนกระหน่ำทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถจะนั่งเครื่องบินเล็กไปที่ Milford Sound ซึ่งเป็นแหล่งชม "ฟยอร์ด" ที่สวยที่สุดของนิวซีแลนด์ได้ วันนี้เมื่อภาวนาจนครบชุดแล้ว จึงตั้งใจอุทิศให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ทั้งในน้ำ บนบก เทือกเขาราวห้วย ถนนหนทาง ขอให้ฝนอย่าได้ตก เพื่อที่พวกเราจะได้เดินทางตามโปรแกรมได้

    สำหรับอาหารเช้าวันนี้นั้น "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) ไปตบตีแย่งชิงกับเขา ในการจองแฮมเบอร์เกอร์เจ้าอร่อย ได้ยินว่าไปรออยู่ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า ขณะที่ทางร้านเขาเปิด ๗ โมงตรง ทันทีที่เปิด ก็มีคณะทัวร์คนจีนพุ่งเข้ามาเป็นร้อย แต่ว่าวันนี้ "คุณนายโย" ไม่ถอยให้ใคร ประมาณว่าถ้าใครแซงคิว โดนขบหัวแน่นอน..! จึงได้แฮมเบอร์เกอร์แสนอร่อยมาถวายเป็นภัตตาหารเช้า พร้อมกับข้าวต้มหมูสับ

    แต่น่าเสียดายที่ว่ากระผม/อาตมภาพเป็นคนท้องเล็ก แค่แบ่งครึ่งชิ้นก็ยังแทบจะฉันไม่หมด ไหนยังจะมีข้าวต้มหมูสับอีกต่างหาก จึงฉันไปอย่างละครึ่ง ที่เหลือยกให้ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) นำไปแบ่งปันให้กับพรรคพวกเพื่อนฝูง ซึ่งรับประทานอาหารเช้ากันอยู่อีกบ้านหนึ่ง

    กระผม/อาตมภาพเข้ามานอนภาวนา อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายอีก ๑ รอบ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็แต่งตัวจนรัดกุม ออกมาข้างนอก ปรากฏว่าทางด้าน "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) ติดต่อไปทางบริษัทการบินท่องเที่ยวของที่นี่แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่รับสาย มีแต่ AI แจ้งว่า "ยกเลิกโปรแกรม..!"

    กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า ดูท่าต้องไปคุยด้วยตัวเอง เพราะว่าถ้าดูตามพยากรณ์อากาศแล้ว ยังมีช่วงเวลาว่างจนถึง ๑๑ โมงที่ไม่มีฝนตก แต่ถ้าหากว่าเขากลัวว่าฝนจะตกขากลับ ก็คงไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ นอกจากเปลี่ยนโปรแกรมไปเที่ยวกันเอง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เมื่อพวกเราไปถึงที่บริษัท Milford Sound Scenic Flights ซึ่งเป็นผู้ที่รับจองการท่องเที่ยวของเรา ที่คิดเป็นเงินไทยก็คือ ๑๖๐,๐๐๐ บาท แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ทางด้าน Milford Sound นั้นฟ้าปิด ไม่สามารถจะบินได้อย่างแน่นอน แต่ให้ลองติดต่อบริษัทใกล้เคียงนี้ ซึ่งมีเฮลิคอปเตอร์อยู่ เขาน่าจะบินให้ได้

    กระผม/อาตมภาพเห็นเฮลิคอปเตอร์กำลังอุ่นเครื่องบินขึ้นพอดี จึงบอกว่าเปลี่ยนมาใช้เฮลิคอปเตอร์ก็ได้ น่าจะคุ้นเคยกว่าด้วย เนื่องเพราะว่าตอนที่ฝึกวิชาทหารอยู่ ก็ขึ้นมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อไปติดต่อแล้ว ทางบริษัทที่รับบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ก็ยืนยันว่า Milford Sound นั้น ฟ้าปิดอีกอย่างน้อย ๒ วัน ไม่สามารถที่จะเสี่ยงบินไปได้ พวกเราก็ได้แต่ทอดถอนใจ จะทำอย่างไรที่จะบอกเขาว่าบินได้ เพราะเจ้าที่ท่านรับรองให้..!

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงต้องยกเลิกโปรแกรมการเที่ยว Milford Sound ซึ่งเป็นโปรแกรมไฮไลท์ของที่นี่ แต่ว่าเราเปลี่ยนไปยังเมืองอื่นแทน จึงตั้งใจไปเมือง Arrowtown ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากนัก

    เมื่อวิ่งไปจนกระทั่งถึงตอนประมาณ ๐๙.๔๐ น. ของนิวซีแลนด์ จึงเห็นว่า Arrowtown เป็นบ้านเมืองเล็ก ๆ ที่สงบเงียบดูน่าอยู่มาก โดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเมือง มองไปทางไหนก็เขียว เหลือง แดง อร่ามไปหมด พวกเราจึงลงไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินหาสถานที่ถ่ายรูปกัน มีคณะทัวร์ของคนจีนหอบเอาใบเมเปิลหอบใหญ่ ๆ มาโยนขึ้นเต็มท้องฟ้าแล้วก็ถ่ายรูปหัวเราะกันสนุกสนาน พวกเราจะเลียนแบบบ้าง เขาก็ไม่ยอมหลีกทางให้เสียที จึงต้องหาทางไปเดินเล่นในมุมอื่น ๆ

    เมื่อหามุมถ่ายรูปกันได้อย่างที่ต้องการแล้ว "คุณนายโย" ก็แจ้งว่าจะไปเดินซื้อของ แล้วก็ตรงไปยังสถานที่ซึ่งตนเองคุ้นเคย กระผม/อาตมภาพขอตัวที่จะเดินไปเข้าห้องน้าสาธารณะ มี "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) กับ "เถ้าแก่จิ๊บ" ตามมาสองคน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    ครั้นไปถึง ปรากฏว่าเป็นห้องน้ำสาธารณะที่โคตรจะล้ำยุค..! เนื่องเพราะว่าเป็น AI ทั้งหลัง เมื่อกดปุ่มเปิดแล้ว AI ก็แจ้งว่าต้องปิดประตูอย่างไร ? ต้องกดทิชชู่อย่างไร ? และห้ามใช้เกิน ๑๐ นาที..!

    เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพ กระผม/อาตมภาพพยายามมองหาที่กดน้ำก็ไม่มี มองไปจนทั่ว จะถามเจ้า AI ก็เงียบไปแล้ว จึงตัดสินใจกดปุ่มเปิดประตู ปรากฏว่าทันทีที่กดปุ่ม โถชักโครกก็ "ฟลัด" ตัวเองอย่างแรง ทำเอา "เถ้าแก่จิ๊บ" กับ "เถ้าแก่ตี๋" หัวเราะชอบใจ บอกว่าเป็นอะไรที่น่าใช้มาก โดยเฉพาะสำหรับกระผม/อาตมภาพแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว อาศัยว่าพอที่จะอ่านและฟังภาษาอังกฤษออก จึงทำตามที่ AI เขาบอกได้ทุกขั้นตอน

    เมื่อออกมาแล้วก็เดินเลยไปทางด้านท้ายเมือง หามุมถ่ายรูปสวย ๆ งาม ๆ ไปเรื่อย จึงเห็นว่าเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้นั้นมีถนนสายหลักอยู่แค่สายเดียว ก็คือถนนเข้าเมือง แล้วหลังจากนั้นก็เป็นถนนกลางเมือง ขนาดเป็นเมืองเล็ก ๆ เดินไม่กี่ก้าวก็แทบจะทั่วแล้ว แต่ว่ามีพิพิธภัณฑ์ มีแกลอรี่ต่าง ๆ มากมาย เท่าที่ดูด้วยสายตาก็เห็นไป ๔ - ๕ แห่งแล้ว..!

    เมื่อเดินจนกระทั่งทั่ว ยัอนกลับมาร้านที่ "คุณนายโย" พาพรรคพวกเข้าไป ปรากฏว่าทุกคนกำลังเลือกหาข้าวของเครื่องใช้ "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) หยิบเอาหมวกไหมพรมกันหนาวมา ๑ ใบ สีสันออกมาทางสีค่อนข้างจะน้ำตาลอ่อน เหมาะสมกับพระมาก บอกให้กระผม/อาตมภาพลองใส่ดู

    กระผม/อาตมภาพเองมีหมวกแบบนี้ ๓ - ๔ ใบแล้ว ทั้งสีดำและสีน้ำตาล แต่ว่ายังใช้ได้ไม่ถนัดใจ ลองใบนี้แล้วรู้สึกว่าถนัดมาก แต่เกรงใจที่ว่าของจะราคาแพงหรือเปล่า ? "คุณนายปุ๊ก" บอกว่า "ประมาณ ๑,๐๐๐ บาทไทยเท่านั้น หนูถวายค่ะ" ว่าแล้วก็จัดการส่งไปให้ทางที่เขากำลังรวบรวมข้าวของกันเพื่อจ่ายเงินอยู่ ซึ่งคณะนี้มีความดีอยู่อย่างก็คือ ใครควักบัตรเครดิตขึ้นมา คุณก็เป็นคนจ่ายให้ทั้งคณะไปเลย..!

    เมื่อได้ของมาครบแล้ว พวกเราก็ขึ้นรถ ขับออกมาจาก Arrowtown ย้อนทางมา เพื่อที่จะวิ่งผ่านไปยังร้านอาหารที่ตั้งใจไปในวันนี้ ซึ่งอยู่ทาง "เมือง Te Anau" พวกเราต้องใช้เวลาวิ่งไปประมาณ ๒ ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีฟาร์มปศุสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแกะ ไม่ว่าจะเป็นวัวมากมายเต็มไปหมด หลายแห่งก็เตรียมหญ้าแห้งตัดม้วนก้อนพันเก็บไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ปศุสัตว์ทั้งหลายได้มีอาหารกินในช่วงหิมะตก
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เมื่อวิ่งไปจนกระทั่งถึงตัวเมือง Te Anau เข้าไปในร้านอาหารจีนที่ชื่อว่า "Ming Garden" พวกเรารีบเข้าห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่านั่งรถต่อเนื่องกันมาเกือบ ๒ ชั่วโมง ถ้าหากว่าวิ่งอีก ๒ ชั่วโมงก็จะไปถึง Milford Sound แล้ว แต่เราไม่สามารถที่จะไปกลับทัน แล้วเรือที่จองเอาไว้ก็โดน "แคนเซิล" ตามเครื่องบินไปด้วย ทำให้ไม่สามารถที่จะไปเที่ยวได้ นอกจากรอทางบริษัท "รีฟันด์" เงินคืนมาให้เท่านั้น..!

    ร้านอาหารจีนร้านนี้ทำอาหารเร็วมาก และที่อัศจรรย์ก็คืออร่อยสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแกะ เนื้อกวาง เนื้อปลา เนื้อปลาหมึก ตลอดจนกระทั่งเนื้อปลาจีน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่หมักมานุ่มจนแทบจะละลายในปาก จะเป็นหมู เป็นไก่ เป็นเป็ด รสชาติก็ใช้ได้ทั้งหมด จนกระผม/อาตมภาพไม่ได้ใช้น้ำจิ้มเลยแม้แต่น้อย..!

    ทุกคนกินกันจนพุงกาง สรุปว่าพวกเรามาเพื่อกินกันแท้ ๆ เท่านี้ยังไม่พอ อิ่มแล้วยังมีการบอกว่า ใกล้เคียงนี้มีร้านพายเนื้อที่อร่อยสุด ๆ ทุกคนขออนุญาตไปซื้อพายเนื้อกันก่อน กระผม/อาตมภาพจึงขอตัวเดินไปถ่ายรูปริมทะเลสาบและสวนสาธารณะ โดยที่มี "เถ้าแก่ตี๋" กับ "เถ้าแก่จิ๊บ" ตามมาเป็นองครักษ์ประจำตัว

    ครั้นถ่ายรูปจนทั่วเมืองเล็ก ๆ ซึ่งมีอนุสาวรีย์นกทาคาฮีอยู่ตรงกลางเมืองแล้ว ก็ย้อนกลับมา ปรากฏว่าทุกคนกำลังแบ่งสรรปันส่วนพายเนื้อกันอยู่ "คุณนายปุ๊ก" หั่นมาให้ ๑ ชิ้นเล็ก ๆ ให้กระผม/อาตมภาพลองชิมแค่คำเดียว แม้จะรู้สึกว่า "อิ่มจนพุงจิแตก" แล้วก็ตาม ยังรู้สึกว่าอร่อยสมราคาคุย แสดงว่าถ้าเป็นเรื่องกินแล้ว ต้องไว้ใจ "คุณนายโย" ชี้ไปตรงไหนก็อร่อยตรงนั้น ช่างมีวาสนาทางปากเสียจริง ๆ..!

    เมื่อกระผม/อาตมภาพไปนั่งรออยู่ในรถพักใหญ่ "เถ้าแก่ตี๋" ก็วิ่งมาตาม บอกว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ในร้านขายของที่ระลึก และมีหยกนิวซีแลนด์ที่แกะสลักเป็นศิลปะเผ่าเมารี ราคาไม่แพงเท่ากับทางร้านหยกที่เราเจอมาด้วย ชวนกระผม/อาตมภาพเข้าไปดูกัน
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    เมื่อดูแล้วดูอีก ทุกคนก็เกลี้ยกล่อมให้ซื้อให้ได้ กระผม/อาตมภาพจึงเลือกหยิบมา ๑ ชิ้น ทุกคนยืนยันว่าราคาถูกกว่าทางด้านโน้น ๓ - ๔ เท่า "หลวงพ่อเลือกเพิ่มอีกชิ้นเลยครับ/ค่ะ" กระผม/อาตมภาพจึงหยิบมาอีก ๑ ชิ้น ส่งให้เขาไปจ่ายเงิน ไม่ทราบเหมือนกันว่าวันนี้ใครจะเป็นคนดวงเฮง ที่ควักบัตรเครดิตออกมากันแน่..!?

    ตนเองย้อนกลับมาขึ้นรถ เพิ่งจะนั่งรัดเข็มขัดเสร็จ "น้องข้าวหอม" (นักศึกษาแพทย์ณภัทร ควรดำรงธรรม) ก็ถือของที่ระลึกสองชิ้นนั้นวิ่งตามมา บอกว่า "คุณแม่ถวายเจ้าค่ะ" กระผม/อาตมภาพจึงทราบว่าบุคคลที่รูดบัตรครั้งนี้ก็คือ "คุณหมอเก็บ" (แพทย์หญิงวัชรีพร ควรดำรงธรรม) นั่นเอง จึงรับเอาไว้และอนุโมทนา

    จากนั้นพวกเราก็วิ่งต่อไปยังบริเวณที่เรียกว่า"สวนนกหายาก Te Anau Bird Sanctuary" ของทางด้านประเทศนิวซีแลนด์แห่งนี้ ซึ่งจะมีบรรดานกหายากต่าง ๆ เช่นนกทาคาฮี นกแก้วคาคาโป ตลอดจนกระทั่งนกเคีย หรือนกคีอา ซึ่งเป็นนกแก้วสายโหด ถ้าหากว่าอาหารขาดแคลน ถึงขนาดเกาะหลังแกะแล้วก็จิกกินเลยทีเดียว..!

    สถานที่นี้นั้นเปิดตลอด ๒๔ ชั่วโมงยังไม่พอ ไม่มีการเก็บเงินอีกต่างหาก พวกเราเดินเข้าไปภายใน วนไปตามกรงต่าง ๆ แล้ว กระผม/อาตมภาพเจอนกเป็ดอยู่ ๒ ตัว แล้วก็มีนกสีดำอีก ๑ ตัว ซึ่งน่าจะเป็น Black Bird ของฝรั่งเขา ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ในกรง ส่วนเจ้าทาคาฮีนั้นมีแต่กรงเปล่า เจ้าเคียก็มีแต่กรงเปล่า ส่วนเจ้าคาคาโปก็ไม่เห็นอะไรเลย สรุปว่าเป็น "นกหายาก" จริง ๆ ก็คือหาเท่าไรก็ไม่เจอ..!

    จนกระทั่งเดินอ้อมมาจนสุดทาง มาเจอพวกเรายงโย่ยงหยกกันอยู่ ปรากฏว่าเจ้าทาคาฮีอ้วนปุ๊ก ๓ ตัว เป็นตัวผู้ ๑ ตัว ตัวเมีย ๒ ตัว กำลังก้มหน้าก้มตาจิกอาหารอยู่ แบบไม่สนใจกล้องที่จ่อเข้าไปจนแทบจะติดหน้า..! เสียดายว่าเป็นตาข่ายลวดที่ถี่มาก ไม่สามารถที่จะถ่ายตรง ๆ ได้ จุดที่เขาทำเป็นกระจกให้ถ่ายก็อยู่ออกไปไกล ต้องซูมเสียจนไม่แน่ใจว่าจะมีภาพที่ชัดเจนหรือเปล่า ?
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,299
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,107
    ค่าพลัง:
    +26,913
    ครั้นได้รูปที่ถือว่าอย่างน้อยก็ได้นกหายากชนิดหนึ่งของนิวซีแลนด์มาแล้ว พวกเราจึงเดินทางกลับ ซึ่งต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมงเช่นเคย มีการจอดไปถ่ายภาพฝูงแกะ แต่บรรดาแกะต่าง ๆ พอเห็นพวกเราเดินมาก็เผ่นแนบไปตาม ๆ กัน..! ทำเอาหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง เป็นเรื่องแปลกว่า ถ้าเราลงจากรถเดินไป พวกแกะจะหนี แต่ถ้าขับรถไปอยู่จนติด แกะก็ไม่ขยับไปไหน เพียงแต่มองประมาณว่า "นุด..เอ็งจะทำอะไรกันแน่ ?"

    เมื่อพวกเราวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง รถคันที่ "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) ขับอยู่นั้นก็โดนตำรวจเรียก เนื่องเพราะว่าวิ่งด้วยความเร็ว ๕๘ กิโลเมตร/ชั่วโมง..! เนื่องจากว่าทางด้านนี้ห้ามวิ่งเกิน ๕๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง "ตากล้องเอ๋" ซึ่งขับไล่ตูดมาด้วยความเร็ว ๖๐ กว่า เกือบ ๗๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง กลายเป็นว่าแคล้วคลาดไปได้..! จึงจอดเอาใจช่วยอยู่ใกล้ ๆ

    คุณตำรวจก็คงจะปวดหัว เพราะว่าไม่สามารถที่จะเขียนใบสั่งได้ เนื่องจากว่าชื่อคนไทยค่อนข้างยาวและยาก ก็เลยปล่อยให้พวกเราเขียนเอง สรุปว่าคนขับโดนปรับไป ๑๗๐ เหรียญ ข้อหาขับรถเร็วเกินไป ส่วนคนนั่งคือ "เถ้าแก่ตี๋" โดนเข้าไป ๑๕๐ เหรียญ ซึ่งในราคาที่โดนใกล้เคียงกับการขับ เพราะว่าการไม่รัดเข็มขัด แม้จะนั่งอยู่ข้างหลังก็อันตรายมาก..!

    ที่ตลกกว่านั้นคือเมื่อตำรวจปล่อยตัวมาแล้ว "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิตย์) เนวิเกเตอร์มือหนึ่งของพวกเรา บอกว่าวิ่งเลยแยกที่จะเลี้ยวมาแล้ว ขอให้กลับรถขับย้อนกลับไป..! พวกเราตีหน้าเหวอกันหมด..! สรุปว่าเอ็งวิ่งมาให้ตำรวจปรับใช่ไหม ? แต่ไม่มีใครตอบปัญหานี้ได้..!

    เมื่อพวกเราย้อนกลับมา กระผม/อาตมภาพเปิดกูเกิ้ลแม็พแล้ว ปรากฏว่าวิ่งเลยทางแยกไปจริง ๆ เป็นเพราะเวรกรรมบันดาลหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ? พวกเราวิ่งมาแวะเข้าห้องน้ำกลางทาง ฝนเริ่มลงเม็ดเปาะแปะจากนั้นวิ่งต่อไปจนกระทั่งมาถึงที่พักในเวลาประมาณ ๖ โมงครึ่ง ซึ่งท้องฟ้ามืดสนิทไปหมดแล้ว ฝนก็เริ่มตกแรงขึ้นตามสัญญา..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...