วัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศ Thailand

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Karoonsur

    Karoonsur เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    431
    ค่าพลัง:
    +264
    จองครับ
     
  2. Karoonsur

    Karoonsur เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    431
    ค่าพลัง:
    +264
    จองครับ
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1770651287440.jpg 1770651562876.jpg FB_IMG_1770651298256.jpg 1314760-48c4d.jpg

    สังขารท่านเผาไฟไม่ไหม้

    พระครูพิศิษฏ์สังฆการ (ครูบาผัด ผุสฺสิตธมฺโฒ)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่

    สุดยอดพระอริยะสงฆ์แห่งล้านนาไทย ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์และพระสุปฏิปันโนที่มีลูกศิษย์เคารพศรัทธาท่านเป็นจำนวนมาก พระเวทย์คาถาอาคมของท่านขลังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคราวประชุมเพลิงสรีระสังขาร โดยการสร้างนกหัสดีลิงค์ตามคติโบราณล้านนาความร้อนจากเปลวไฟนับร้อยนับพันองศาหาได้ระคายทำอันตรายกายสังขารท่านแม้แต่น้อย...จนในที่สุด ครูบาน้อย วัดศรีดอนมูล ศิษย์เอกของท่าน ต้องนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาทำการพิธีคลายอาคมพระเวทย์ของท่านครูบาผัด พิธีการส่งท่านสู่สรวงสวรรค์โดยมีนกหัสดีลิงค์เป็นพาหนะจึงสำเร็จลงได้

    พระผงรูปเหมือน ครูบาศรีวิชัย ครูบาผัด วัดศรีดอนมูล สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๙ หลังปั๊มหมึกแดง

    ครูบาผัด วันที่ประชุมเพลิง สรีระท่าน ไม่ใหม้ไฟ..

    "ครูบาผัด ผุสสิตธัมโม" หรือ "พระครูพิศิษฏ์สังฆการ" เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอสารภี

    อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า ผัด เจริญเมือง เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2468 ณ บ้านเลขที่ 5 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

    ในช่วงวัยเยาว์ เรียนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนวัดป่าแคโยง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

    เมื่ออายุ 15 ปี บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดป่าแคโยง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยมีพระอธิการอินตา วัดสันกลาง ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์

    กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2488 ณ วัดกองทราย ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยมีพระอธิการหมั้น นันโท วัดป่าเปอะ ต.ท่าวังตาล อ.สารภี เป็นพระอุปัชฌาย์

    มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2489 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท สำนักเรียนวัดป่าแคโยง อ.สารภี เชียงใหม่ นอกจากนี้ ท่านยังใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาล้านนา งานนวกรรมช่างไม้ ช่างปูน เป็นต้น

    ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2493 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล พ.ศ.2493 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอสารภี ฝ่ายสาธารณูปการ รูปที่ 1 และเป็นเจ้าคณะอำเภอสารภี และสุดท้ายเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอสารภี

    ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2516 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่พระครูพิศิษฏ์สังฆการ พ.ศ.2532 เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

    ครูบาผัด ได้สร้างคุณูปการไว้อย่างมากมาย อาทิ มอบทุนการศึกษาแก่ภิกษุ-สามเณร เป็นประจำปี มอบอุปกรณ์การศึกษาแก่โรงเรียนต่างๆ ภายในอำเภอสารภี

    งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตั้งแต่ปี 2513-2536 เป็นพระธรรมทูตอำเภอสารภี เป็นกรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลชมพู อ.สารภี เป็นรองประธานกรรมการศูนย์เผยแพร่ธรรมอำเภอสารภี

    งานสาธารณูปการที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน ก่อสร้างซุ้มประตูวัด กำแพงรอบวัด อุโบสถ ศาลา 200 ปี สร้างสะพานครูบาผัดสามัคคี ข้ามแม่น้ำแม่สลาบ เชื่อมต่อหมู่บ้านตำบลชมพู และหมู่บ้านป่าแดด อ.สารภี

    ประกอบกิจกรรมของสงฆ์ตลอดโดยไปร่วมประชุมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นประจำ

    ด้านวัตถุมงคล ครูบาผัด ได้รับการถ่ายทอดการทำตะกรุดกาสะท้อนกลับจากครูบาสม แห่งวัดป่าแดด อ.สารภี จ.เชียงใหม่ แต่ท่านได้นำมาปรับปรุงพัฒนาปลุกเสกใหม่ ผลิตขึ้นมาอย่างสวยงาม โดยทำจากครั่งพุทธาตายพราย พันกับแผ่นทองแดงบรรจุอยู่ในหลอดแก้ว เสริมอานุภาพพุทธคุณอย่างเข้มขลัง ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และจะสะท้อนกลับไปหาผู้ที่ปล่อยของมนต์ดำนั้น

    ตะกรุดหัวใจพุทธคุณ 108 เขียนอักขระยันต์แบบล้านนาไว้ในแผ่นทองแดง หรือแผ่นเงินบรรจุในหลอดแก้ว คุณสมบัติ แก้คุณไสยทุกชนิด นำไปแช่น้ำดื่มหรืออาบทำให้สิ่งเลวร้ายหลุดพ้นจากตัว หรือแช่น้ำไปประพรมทั่วบ้าน ป้องกันสิ่งชั่วร้ายมาใส่บ้าน ถูกผีเข้าหรือถูกพวกอวิชชาเล่นคุณไสยใส่ แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุต่างๆ นานา

    ตะกรุดประสิทธิเวชมหาลาภ 3 กษัตริย์ เขียนพยัญชนะอักขระคาถาล้านนาไว้ในแผ่นเงิน, ทองแดง, ทอง ม้วนอยู่ในหลอดแก้ว อย่างสวยงาม คุณสมบัติ เป็นตะกรุดเมตตามหานิยม

    ส่วนตำรับการทำตะกรุดหนังลูกวัวของครูบาผัด เป็นตำราของทางภาคเหนือที่พระเกจิอาจารย์ทางภาคเหนือหลายท่านทำกัน แต่ตะกรุดชนิดนี้ นานครั้งถึงจะได้ทำ เนื่องจากต้องทำมาจากหนังลูกวัวที่ตายในท้องแม่ ซึ่งหายากกว่าการหาแผ่นโลหะมาทำตะกรุดทั่วไป แต่ถ้าหามาได้และทำถูกต้องตามตำราแล้ว ตะกรุดชนิดนี้เชื่อกันว่ามีอานุภาพทางคุ้มครองป้องกันตัว

    ครูบาผัด ถือเป็นพระเกจิอันดับ 1 ใน 9 ของพระเกจิล้านนาแห่งยุค อีกทั้ง ท่านยังเป็นพระอาจารย์ของพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชะปัญญโญ พระเกจิชื่อดังแห่งล้านนาอีกรูปหนึ่ง

    สำหรับครูบาน้อยเป็นลูกศิษย์ครูบาผัดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยครูบาผัด ได้เมตตาถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ ให้มากมาย โดยเฉพาะการปลุกเสกตะกรุดมหากาสะท้อนกลับ และตะกรุดหัวใจพุทธคุณ 108

    ครูบาผัด เคยกล่าวปรารภว่า "อาตมามีชีวิตผ่านพ้นภัยพิบัตินานาประการ มาจนถึงปัจฉิมวัย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เกิดมาใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา"

    นอกจากนี้ ครูบาผัด มักจะพร่ำสอนลูกศิษย์ทั้งพระภิกษุสงฆ์สามเณรเสมอ ว่า "เราเป็นพระเป็นสงฆ์เป็นสามเณร ต้องขยัน หลับดึก ตื่นเช้า ฟังธรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิ และออกบิณฑบาต ปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ อย่าขี้เกียจอย่าคร้าน ทำไปเรื่อยๆ อย่าหยุดให้มีความสุขสนุกกับงาน เมื่อมีความสุขกับการทำงานทำให้ชีวิตนั้นจะพบแต่ความสุข เพราะได้ทำงาน ให้มีสติก่อนจะทำอะไรให้คิดก่อนทำ ทำก่อนคิดคิดดีทำดี แล้วทุกอย่างก็จะมีผลดีตามมา โดยให้ยึดถึงหลัก 4 ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา การดำรงชีวิตนั้น จะต้องออมอด อดออม และอดทน"

    ด้วยความที่เป็นครูบาผัด เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อได้รับนิมนต์ไปประกอบพิธีสงฆ์ยังที่ต่างๆ ท่านจะทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตั้งจิตอธิษฐานด้วยบารมีพลังจิตอันแน่วแน่ เพื่อให้งานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาหรือวัตถุมงคล สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

    แต่ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ เมื่อถูกนิมนต์ไปร่วมประกอบพิธีพุทธาภิเษกงานวัตถุมงคล ครูบาผัดจะสวดมนต์คาถาและนั่งปรกใช้สมาธิพลังจิตอย่างเต็มที่ ใช้พลังจิตบารมีทุ่มเทให้กับงานที่รับกิจนิมนต์ บ่อยครั้งทำให้ท่านอ่อนแรง สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง

    ครูบาน้อยในฐานะลูกศิษย์ ตัดสินใจเข้าพิธีนิโรธกรรม เพื่อทำพิธีให้ครูบาผัดหายจากอาพาธ โดยไม่ฉันอาหาร 7 วัน และนั่งสมาธิอยู่ในจุดที่กำหนดไว้ ฉันแต่น้ำ โดยทำประจำทุกเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี ปรากฏว่าได้ผล ครูบาผัดหายจากอาการอาพาธ

    อย่างไรก็ดี ครูบาน้อย กำหนดจะเข้าพิธีเข้านิโรธกรรมอีกครั้งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 แต่ครูบาผัดอาพาธหนัก กระทั่งมรณภาพในที่สุด

    ทั้งนี้ คณะสงฆ์และกรรมการวัด ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สวดอภิธรรมศพ จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2550 กำหนดจัดพิธีทำบุญครบรอบ 50 วัน 100 วันตามลำดับ และขอพระราชทานเพลิงศพในโอกาสต่อไป

    พร้อมทั้งทำพิธีเก็บศพถาวรบรรจุไว้ในโลงไม้สักทอง เพื่อให้บรรดาพุทธศาสนิกชนเคารพบูชาและสักการะ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    อายุพระร่วม ๖๐ ปีพระผงรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยเนื้อผงน้ำมันหลังปั๊มหมึกสีแดงครูบาผัดวัดศรีดอนมูลอธิษฐานจิตปลุกเสก ปี ๒๕๐๙

    ให้บูชา 550 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260209_224058.jpg IMG_20260209_224118.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    lpDul2 (1).jpg

    เหรียญ พระนเรศวร หลัง พรพขุนแผน ปี ๒๔

    เหรียญสมเด็จพระเรศวร มหาราช รุ่นนี้ ท่านพิศาล มูลศาสตรสาทร อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และ คณะจัดสร้างขึ้น โดยได้ออกแบบตัวเหรียญได้อย่างสวยงามลงตัวมากๆ โดย ด้านหน้า เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครึ่งองค์ ส่วนด้านหลัง เป็นรูปพระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล ที่มีตำนานจัดสร้างในสมัยของพระองค์ เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะต่อ พระมหาอุปราชฯ แห่งกรุงหงสาวดี ประเทศพม่า. โดยแบบด้านหลัง ที่เป็นพระพิมพ์ขุนแผนนี้ จัดสร้างสำหรับสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ เพราะพระพิมพ์ขุนแผน มีพุทธคุณเป็นเลิศในทางชัยชนะ แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตรายใดๆ ทั้งปวง และ ยังมีพุทธคุณทางด้าน เมตตามหานิยม สุภาพบุรุษท่านใดได้บูชาติดตัว จะเป็นยอดมหาเสน่ห์ ยิ่งนัก. นอกจากนั้น ท่านยังได้นำเหรียญรุ่นนี้ เข้าพิธีพุทธาภิเษกหลายพิธีด้วยกัน เช่น. ครั้งที่ 1. ณ.พระอุโบสถ วัดไตรรัตนาราม จ.สุรินทร์ โดยมีคณาจารย์ของ จังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมพิธีปลุกเสกดังนี้.
    1. พระราชวุฒาจารย์ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม ประธานในพิธีพุทธาภิเษก.
    2. พระครูมงคลคณาจารย์ หลวงพ่อน้อย วัดป่านิมิตรมงคล
    3. พระครูญาณกิจไพศาล อาจารย์ใหญ่ วัดป่าบ้านตาเตน
    4. พระอาจารย์มือ วัดใหม่อำเภอปราสาท.
    5. พระอาจารย์พยัติ วัดป่าไพศาล ประโคนชัย.
    ครั้งที่ 2. ณ.พระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร โดยมีพระเกจิ อาจารย์ชื่อดังร่วมพิธีปลุกเสกดังนี้.
    1. พระสุทธสารเถร หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
    2. พระสุนทรธรรมภาณี หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี
    3. พระญาณโพธิ สมเด็จพระพุฒาจารย์เข็ม วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพฯ
    4. พระครูอุดมสิทธาจารย์ หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังค์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี
    5. พระครูสุตาธิการี หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่นองพะอง จ.สมุทรสาคร.
    6. พระครูโกวิทสมุทรคุณ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
    7. พระครูโตวรวิทยาคม หลวงพ่อเพิ่ม วัดสรรเพชร จ.นครปฐม.
    8. พระครูนนทการวิสุทธิ์ หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี
    9. หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี
    10. พระครูนนทสมณวัตร หลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง จ.นนทบุรี
    11. หลวงพ่อชื่น วัดญาณเสน จ.อยุธยา
    12. พระครูวินัยธร ศุข วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพ
    13. พระครูประสาทวรคุณ หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู จ.ลพบุรี
    14. พระครูกาญจโนปมคุณ หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี
    15. พระครูเกษมธรรมานันท์ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างส่งครับ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260211_003756.jpg IMG_20260211_003834.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1770746074202.jpg

    หลวงปู่จันทร์เหล็กไหล

    พระอริยเจ้าพ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐานพระอาจารย์มั่น ท่านถือเป็นศิษย์กัมมัฏฐานในองค์ท่านพ่อแม่ครูอาจารย์ใหญ่ท่านพระอาจารย์มั่นในยุคแรก ๆ รุ่นเดียวกันกับพ่อแม่ครูอาจารย์ยุคกึ่งพุทธกาลหลาย ๆ ท่านเช่น หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ เป็นต้น แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าประวัติของท่านรวมถึงวัตถุมงคลของท่านมีให้ศึกษาน้อยมาก ธรรมะปฏิปัฏทาและพลังจิตของท่านเข้มขลังไม่ธรรมดา ถ้าในสายกรรมฐานท่านก็คือพระหมอ ที่ดังในวงกรรมฐานมาก ทั้งน้ำมนต์และการรักษาโรคที่รักษาไม่ได้นั้นท่านช่วยรักษาได้หมด น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักท่าน เหตุว่าท่านเคยมีข่าวเกรียวกราวลงทางหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งสร้างความน่าทึ่งมหัศจรรย์ให้แก่วงการแพทย์ของเมืองไทยมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า ลูกชายของนายพลท่านหนึ่งจากฝั่งลาวเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เศษกระจกทิ่มเข้าที่ดวงตา รักษาหมอแผนปัจจุบันก็ไม่ดีขึ้น และในช่วงนั้นชื่อเสียงของหลวงปู่จันทร์และน้ำมนต์ของท่านดังมาก นายพลท่านนั้นจึงพาลูกชายมาให้หลวงปู่จันทร์เมตตารักษาให้ ท่านจึงเพ่งกระแสจิตรักษาให้ หลวงปู่จันทร์เพ่งกระแสจิตให้ไม่ถึงครึ่งนาที เศษกระจกละลายกลายเป็นน้ำตาไหลออกมา ตกที่พื้นจับตัวเป็นก้อนกลม โดยไม่ต้องผ่าตัด ดวงตามองเห็นได้ตามปกติ และบารมีท่านสมัยนั้นก็ไม่ธรรมดา นี่คือ พลังศรัทธาที่ทำให้วัดจันทรารามที่เคยเป็นวัดเล็กๆ เกือบจะเรียกว่า วัดร้าง ได้รับการบูรณะอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เล่าขานกันของชาวจังหวัดหนองคาย ในช่วงประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๖ สายธารแห่งศรัทธาหลั่งไหลเข้าสู่วัดท่าน

    เหรียญหลวงปู่จันทร์ เขมปัตโต วัดอาคเณย์ ปี ๒๕๒๐

    ได้รับการแผ่เมตตาอธิฐานจิตจากพระอริยเจ้าพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เป็นสหธรรมิกกับองค์หลวงปู่จันทร์หลายรูป อาทิ เช่น "
    หลวงปู่ขาว อนาลโย " วัดถ้ำกลองเพล
    จ.อุดรธานี
    หลวงปู่ชามา อจุตโต " วัดป่าอัมพวัน จ.เลยหลวงปู่ชม โฆสโก " วัดป่าสามัคคีธรรม
    จ.อุดรธานี
    ฯล

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างส่งครับ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260211_005201.jpg IMG_20260211_005225.jpg
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1770748359735.jpg FB_IMG_1770748357190.jpg

    หนึ่งในเกจิ ๑๖ รูปในพิธีจตุรพิธพรชัยที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง
    หลวงปู่ดู่_วัดสะแก ยกย่องท่านว่าเป็นพระอรหันต์ ในวันที่หลวงพ่อไวทย์ ท่านมรณะภาพไปแล้ว หลวงปู่ดู่ท่านยังกล่าวให้ศิษย์ไปเอาน้ำที่รดน้ำศพสังขารองค์ท่าน มาอาบกิน เพื่อความเป็นสิริมงคล
    หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย บอกหลวงพ่อไวย์เสกของได้ขลังที่สุด

    เหรียญรุ่นแรก สร้างปี 2519
    ออกให้บูชาแจกจ่ายปี 2520
    หลวงพ่อไวทย์ปลุกเสกมานานทุกค่ำ - เช้า แล้วนำเข้าปลุกเสกในคืนสุดท้ายของพิธีปริวาสในช่วงปี 2519 และปี 2520 หลังจากนั้นวันที่ 2 พฤษภาคม 2520 ก่อนงานทำบุญวันเกิดหลวงพ่อไวทย์มีพระคณาจารย์มากันมากมาย ท่านจึงจัดพิธีพุทธาภิเษกเหรียญของท่านขึ้น
    โดยนิมนต์ศิษย์สำนักเดียวกันที่ท่าน เคารพนับถือ ร่วมปรกปลุกเสกอีก 4 องค์คือ
    - หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก
    - หลวงพ่อวาสน์ วัดบ้านแพน
    - หลวงพ่อปี วัดกระโดงทอง
    - หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย
    รวมทั้งหลวงพ่อไวทย์เอง ได้ร่วมปลุกเสกตลอดคืนตั้งแต่เวลา หนึ่งทุ่มถึงเที่ยงคืน ฉนั้น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกหลวงพ่อไวทย์จึงเป็นเหรียญดีที่ผ่านพิธีการปลุกเสกดีถึง 3 ครั้ง ซึ่งรวมแล้วมีคณาจารย์ปลุกเสกเหรียญของท่านกว่า 108 องค์ด้วยกัน....
    (ข้อมูลเบื้องต้นจาก ส.สมบูรณ์ หลังสือพระเครื่องลานโพธิ์)
    ________________
    หลวงพ่อไวทย์ อินทวังโส "สมภาร 3 วัด "
    -วัดบางซ้ายใน,
    - วัดสุทธาโภชน์ ,
    - วัดบรมวงศ์อิศรวราราม จ.อยุธยา

    หลวงพ่อไวทย์ ท่านเป็นพระที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ไม่เคยดุ ไม่เคยด่า ใจดี เป็นพระที่สมถะเป็นอย่างมาก ขนาดท่านเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด แต่กุฏิของท่านก็ยังคงเป็นเพียงกุฎิเล็ก ๆ เล็กขนาดที่ว่า คนที่สูง ๆ ยืนนี่หัวชนเพดาน หลวงพ่อไวทย์ เป็นพระเกจิมากครู มากอาจาย์

    วิชาดูดวง วิชาผูกดวงชะตา เป็นหนึ่งในวิชาที่ท่านชำนาญ สมเด็จพระสังฆราชอยู่ วัดสระเกศ ฯลฯ ท่านได้ สอนวิชาเหล่านี้ให้กับ หลวงพ่อไวทย์

    นอกจากวัตถุมงคลของท่านแล้ว ของดีอีกอย่างก็คือ "ยาไวทย์ประสิทธิ์" แต่ชาวบ้านจะเรียกว่า "ยาลมหลวงพ่อไวทย์"คล้ายยา วาสนาจินดามณี ของสายวัดกลางบางแก้ว นครปฐม ยาไวทย์ประสิทธิ์ จึงเปรียบเสมือนดั่ง ยาจินดามณี ฉบับจังหวัดอยุธยา (วัตถุมงคลเนื้อผงของท่าน ก็มียานี้ผสมอยู่)

    หลวงพ่อไวทย์ได้ตำรายาดีมาจาก หลวงพ่อชื่น วัดสระเกศ เป็นพระอาจารย์เรืองวิทยาคมสูงล้ำ และมีความเชี่ยวชาญทางด้านแพทย์แผนโบราณอย่างลึกซึ้ง พำนักอยู่คณะ 11 เช่นกัน ท่านไม่ค่อยชอบแสดงตัว จึงไม่มีใครค่อยรู้จักชื่อเสียงของท่านแต่อย่างใด หลวงพ่อชื่น มีความเมตตาต่อหลวงพ่อไวทย์มากถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆ ให้โดยไม่ปิดบัง

    ตำรายาจินดามณี ยาวาสนา น่าจะมาจากแหล่งวิชาเดียวกัน หลวงพ่อทองอยู่ วัดท่าเสา กระทุ่มแบน สมุทรสาคร เรียนวิชาจากพระอาจารย์ของท่าน ที่เป็นน้องชายหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เลยได้วิชายาวาสนา

    หลวงพ่อไวทย์ อินทวังโส ท่านเป็นสหายกับ หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย, หลวงพ่อวาสน์ วัดบ้านแพน หลวงพ่อปี วัดกระโดงทอง และหลวงพ่อกุหลาบ วัดรางจระเข้

    หลวงพ่อไวทย์ ท่านอยู่มาหลายวัด ท่านนอกจากเป็นพระเกจิ ก็ยังเป็นพระนักพัฒนา ไปอยู่วัดไหนก็จะไปสร้างพระพุทธรูป ไปพัฒนาวัดนั้น จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านแถบละแวกวัดนั้นๆ ที่ไปอยู่ อาทิ อยู่วัดสุธาโภชน์ (เสนา) ก็ไปสร้างวัด สร้างโรงเรียน ครั้งหนึ่งก็ไปอยู่ วัดบางซ้ายใน สร้างวัดจนเจริญ ชาวบ้านในแถบนั้นรักและนับถือท่านมาก

    สุดท้ายบั้นปลายของท่านก็ได้มาอยู่ วัดบรมวงศ์ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะ จังหวัดอยุธยา แต่ท่านก็ยังใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ ไม่ถือตัว ใจดียิ้มแย้มกับทุกคน

    ครั้งหนึ่งเคยมีคนถาม หลวงพ่อไวยท์ ว่า พระหรือวัตถุมงคลใดดีทีสุด หลวงปู่ท่านนิ่ง แต่แม่ชีอุปฐาก(ใครทันกราบท่าน น่าจะรู้จักแม่ชี รูปนี้ดี) บอกว่าให้หา เหรียญรุ่นแรกที่แตกๆ ไว้ เพราะหลวงปู่ท่าน เสก แรงไปหน่อย โบสถ์ลั่น กล่องใส่แตก และเหรียญบางเหรียญ ร้าวเลย ให้หาเหรียญนั้นไว้นะ

    หลวงปู่ ท่านก็ยิ้มๆ แล้วพูดเชิงเย้าแหย่ จริงไม่จริงไม่รู้ บอกว่า อืม เสกแรงไปหน่อย เป็นรุ่นแรก กลัวไม่ขลัง แล้วท่านก็ยิ้ม ๆ ตามประสาของท่าน (ใครไปกราบท่าน ไม่เคยมีใครเห็นท่านทำหน้าบึ้งใส่เลย ท่านจะยิ้ม ตลอดเวลา)

    เคยมีผู้ถาม หลวงพ่อไวทย์ว่า พระอยุธยาสมัยก่อนใครเก่ง ท่านบอกเก่งหลายองค์หลวงพ่อปาน หลวงปู่กลั่น หลวงพ่อขัน ฯลฯ แต่ที่เรียนสมาธิ กรรมฐาน อยู่กับท่านนานสุด ก็หลวงพ่อจง หลวงพ่อจง ท่านเสกตะกรุดเล็กๆ ลอยน้ำ วิ่งวนรอบขัน ท่านยังให้ไว้ดอกหนึ่งเลย หลวงปุ่ไวทย์ท่านเหน็บตะกรุดหลวงพ่อจง ไว้จนมรณภาพ

    ในตอนที่หลวงพ่อไวทย์ ไปขอเรียนวิชาจากหลวงพ่อจง ท่านเคยถูก หลวงพ่อจง ตำหนิ ตอนไปขอเรียนวิชาจากท่าน ท่านว่าคุณอยู่กับพระทองคำมาตั้งนาน แต่ไม่ขอเรียนอะไรมาจากท่านเลย หลวงพ่อห่วง น่ะ!!! ท่านเป็นพระอรหันต์ (หลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โท เป็นศิษย์พี่ ของหลวงพ่อจง เรียนวิชามาจากอาจารย์เดียวกัน คือ หลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคันธ์ พระอภิญญาบารมี แห่งทุ่งบางบาล สหายของหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ)

    ประสบการณ์พระเครื่องหลวงพ่อไวทย์
    ขอขอบคุณเจ้าของเรื่องด้วยครับ
    "โจรปล้นบ้าน"
    คุณลุงโอด สุผล อยู่บ้านเลขที่ 9 ม.6 ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา เล่าว่า "เมื่อก่อนมีฐานะยากจนมาก อาศัยชอบที่มีใจชอบทำบุญที่วัดบรมวงศ์ฯเป็นประจำ ฐานะก็ดีขึ้นตามลำดับจนสามารถส่งเสียลูกๆเรียนถึง นายแพทย์ พยาบาล และเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรหลายคน" "พอหลวงพ่อไวทย์ มาเป็นเจ้าอาวาส ก็เลื่อมใสในปฏิปทาของท่าน จึงฝากตัวเป็นศิษย์มาจนบัดนี้" ผู้เขียนถามถึงของดี คุณลุงโอดตอบโดยไม่ต้องคิดว่า "ของหลวงพ่อไวทย์ใช้ได้ดีทุกด้าน โดยเฉพาะทางเมตตาดีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ทางด้านคงกระพันแคล้วคลาดสูงอีกด้วย" และกรุณาเล่าประสบการณ์ที่พบกับตนเองต่อไปว่า "เมื่อปี พ.ศ.2522 หลังจากที่ได้รับแจกเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อไวทย์ไปแล้ว ตกดึกของคืนวันนั้นมีโจรปล้นบ้าน โดยยิงปืนขู่ก่อน 2 นัด จึงตกใจกระโดดขึ้นคว้าปืนสู้ พวกโจรเลยกราดยิงเอ็ม 16 ยิงพรุนหมดทั้งฝาบ้าน เดชะบุญที่ลูกปืนไม่ถูกผู้ใดในบ้านเลยแม้แต่น้อย! นับเป็นบารมีของหลวงพ่อไวทย์ที่ช่วยให้ทุกๆคนแคล้วคลาดโดยแท้...!"
    (ขอขอบคุณข้อมูลจาก ส.สมบูรณ์ หนังสือพระเครื่องลานโพธิ์ และครอบครัว"สุผล")

    ...........

    ........ "รถทับเด็กไม่ตาย" .........
    ..... คุณส่งเสริม สุภาเพียร อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.4 ตลาดสวนมะเดื่อ ต.ห้วยขุนราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ซึ่งพาครอบครัวมากราบนมัสการหลวงพ่อไวทย์เล่าว่า เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2525 วันหนึ่งที่ตนขับรถปิคอัพออกไปส่งผลไม้ตามปกติ หลานชายชื่อ ด.ช.อภิเชษฐ์ (อายุ 4 ปี) วิ่งตามมาล้มลงเข้าไปใต้ท้องรถ ตนเองออกรถแล้วรู้สึกว่า รถวิ่งข้ามอะไรสักอย่างหนึ่ง พอดีได้ยินเสียงภรรยาร้องเสียงหลงอยู่ท้ายรถจึงรู้ว่า ทับหลานชายเข้าให้แล้วรีบดับเครื่องลงจากรถแล้วพาเด็กไปส่งโรงพยาบาลเพราะเห็นว่า "รอยยางล้อทับท้องเด็ก อย่างเห็นได้ชัด" นายแพทย์ที่โรงพยาบาลตรวจดูอาการแล้วยังไม่เชื่อว่าเด็กถูกรถทับ เพราะเด็กไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้นเลยแม้เเต่น้อย ภรรยาคุณส่งเสริมกล่าวยืนยันว่า "ตนเองวิ่งตามหลานออกมาเห็นล้มลงใต้ท้องรถแล้วล้อก็ทับข้ามไป" "ยังคงคิดว่าหลานชายคงตายแน่แล้ว" "แต่เด็กก็ไม่ได้ร้องสักแอะเดียว พอรถข้ามไปแล้วก็ลุกขึ้นเฉย" เมื่อคุณส่งเสริมเห็นรอยล้อบนหน้าท้อง จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล ดังนั้น จะเป็นอื่นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เกิดจากอนินิหาร "เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อไวทย์" ที่คุณส่งเสริมให้หลานชายไว้ห้อยคออยู่เพียงเหรียญเดียวเท่านั้น ที่ช่วยให้ ด.ช.อภิเชษฐ์รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ ขณะนั้นหลวงพ่อไวทย์ได้เล่าขึ้นว่า "มันก็ขำๆ อยู่เหมือนกัน เจ้าเสริมเขาพาหลานมาให้ฉันรับขวัญ ฉันยังกระเซ้าเด็กมันว่าทำไมรถทับไม่เป็นอะไร เด็กมันตอบว่า ...รถมันเบา..." ว่าแล้วท่านก็หัวเราะชอบใจอย่างผู้มีอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ....
    (ข้อขอบคุณข้อมูลจาก ส.สมบูรณ์ หนังสือพระเครื่องลานโพธิ์ และครอบครัว"สุภาเพียร")

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อไวย์วัดบรมวงศ์ อยุธยา

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260211_013052.jpg IMG_20260211_005225.jpg
     
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    showimage (13).jpeg

    "ยิงไม่ทุ"
    > เมื่อครั้งที่ผมและพี่ๆไปกราบพ่อท่านเอื้อม ปชฺโชโต ในครั้งแรกๆ นั้น ได้สอบถามท่านว่าได้มีประสบการณ์อะไรบ้างที่รับมาจากอาจารย์ปาน
    > ท่านว่าไม่อยากเล่ามีแต่ประวัติไม่ดี (หัวเราะ) พวกผมบอกอยากฟังเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิต
    > ท่านเล่าว่าตอนนั้นท่านไปได้ภรรยาอยู่แถว ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ช่วงนั้นก็ท่านสนิทและเที่ยวอยู่กับพ่อท่านเงิน วัดโพรงงู (สมัยยังไม่บวช) ท่านว่าตอนนั้นได้ปีนต้นสะตอเพื่อไปกินที่บ้านด้วยความที่เห็นว่ามันขึ้นอยู่กลางป่าคงจะไม่มีเจ้าของครั้งแรกไม่มีอะไร
    > ท่านก็ได้ไปปีนต้นสะตออีกครั้งที่สอง ครั้งนี้ท่านเล่าว่าขณะกำลังปีนอยู่นั้น ท่านได้ยิงเสียงคนสับไกปืนอยู่ด้านหลังโขดหินประมาณ 2-3 ครั้งแต่ไม่ออก ด้วยสัญชาตญาณท่านรีบปีนลงและหลบกลับบ้านโดยท่านคงรู้แล้วว่าโดนลอบยิง แต่ยังคงเก็บความสงสัยว่ามาลอบยิงท่านด้วยเหตุใด
    > เวลาผ่านไปไม่นานก็มีกลุ่มชายมาที่บ้านท่าน 2-3 คน และมีอยู่คนหนึ่ง(ผมจำชื่อไม่ได้) มาบอกท่านว่าเป็นคนลอบยิงท่านเนื่องจากท่านแอบไปโขมยสะตอที่เค้าปลูกไว้แต่ยิงไม่ออก
    > ท่านว่าไม่ได้โขมยเห็นอยู่กลางป่าไม่นึกว่ามีเจ้าของ เค้าว่าไม่รู้ได้ไงต้นไม้ที่มีเจ้าของเค้าจะดินมากองพูนไว้ตรงโคนต้น ท่านว่าไม่ทราบมาก่อนเพราะเพิ่งมาได้ภรรยาอยู่ที่นี้ไม่ทราบจริง
    > หลังจากนั้นท่านกับคนที่ลอบยิงท่านก็เป็นเพื่อนกัน ท่านยังบอกเลยว่าเมื่อตอนท่านบวช อยู่วัดควนพนางตุง ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เค้ายังมาขอสร้างเหรียญท่านเลย แต่ท่านไม่ให้แล้วพูดหยอกล้อกับคนที่ลอบยิงท่านว่า "แรกก่อนคุณหยบยิงผม"
    >ผมถามท่านว่าตาหลวงพกไหร่ท่านว่าของดีและวิชาอาจารย์ปานเพ

    ### เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดให้ฟังผมและพี่ๆ รับฟังมาจากพ่อท่านเอื้อม ปชฺโชโต เล่ามา เพื่อความสมบูรณ์ท่านใดไปกราบท่านเรียนสอบถามท่านได้ครับ ###

    พระครูอาทรธรรมพินิจ (พ่อท่านเอื้อม ปชฺโชโต)
    สำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรมสวนป่าตลิ่งชัน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง
    พระครูอาทรธรรมพินิจ (พ่อท่านเอื้อม ปชฺโชโต) ท่านเป็นชาวพัทลุงโดยกำเนิดเกิดที่บ้านควนพนางตุง ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นามเดิม นายเอื้อม จันทร์คง เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๗๔ เป็นบุตรนายกลับ นางแดง จันทร์คง ฐานะทางบ้านประกอบอาชีพทำนาทำสวน
    อุปสมบทครั้งแรก ณ พัทธสีมา วัดควนควนพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง หลังจากที่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ครั้งแรก ๑ ปี ก็ได้ลาสิกขาออกมาอยู่ช่วยพ่อแม่ประกอบเลี้ยงครอบครัว และได้แต่งงานออกเรือน
    ในช่วงวัยหนุ่มชีวิตท่านค่อนข้างโลดโผน เริ่มศึกษาวิชาไสยเวทวิทยาคมสายเขาอ้อนั้นท่านได้เรียนรู้มาตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส โดยได้ศึกษาจากหมอแก้ว (บิดาภรรยา) ศิษย์พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งหมอแก้ว มีความอาวุโสกว่าพระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม และท่านขุนพันธ์ฯ ศิษย์รวมสำนักในสมัยนั้น และที่ท่านได้ศึกษาวิชาไสยเวทวิทยาคมสายเขาอ้อมามากที่สุด คือ จากพระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ท่านเล่าให้ฟังว่าช่วงแรกเริ่มเดิมทีท่านคิดว่าพระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม พระเป็นแค่หลวงตาแก่ๆ รูปหนึ่ง "วันนั้นฝนตกได้ติดฝนกันอยู่ พระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม ท่านชวนให้เดินออกไปกับท่าน เราก็บอกว่าไม่เอาเดี๋ยวเปียกเหม็ด ท่านอาจารย์ก็บอกว่า มาต่ะไม่เปียกนิ ว่าแล้วท่านก็จับมือพาเดินออกไป ไม่เปียกจริงๆ เปียกเท่าแต่ตีนนิ” หลังจากนั้นท่านศรัทธา นับถือ และได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาพุทธาคมจากพระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
    อุปสมบทอีกครั้งขณะที่มีอายุได้ ๖๓ ปี ณ พัทธสีมา วัดควนควนพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๗ โดยมีพระครูอุดมปัญญาคุณ วัดควนพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสังฆรักษ์แชม เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระสุวิทย์ สุวิชฺโช เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ซึ่งในการบวชครั้งนี้เนื่องจากตอนนั้นท่านรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ตำบลเขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เมื่ออายุครบ ๖๐ ท่านต้องการเกษียณแต่ ผู้บังคับบัญชาไม่ให้ท่านเกษียณ ท่านส่งใบลาออกเค้าก็ฉีกทิ้ง แต่ท่านมีความปรารถนาที่จะลาผู้บังคับบัญชาท่านก็บอกว่าถ้าจะลาออกก็ลาออกพร้อมกัน หลังจากท่านได้ลาออกท่านก็ได้เอ่ยวาจาขึ้นมาว่าจะขอบวชสัก ๑๐ วัน หลังจากนั้นท่านเล่าให้ฟังจะฝันเห็น จีวร บาตรพระ ตลอด และแล้วท่านจึงตัดสินใจบวชพร้อมกับหลานท่านในงานบวชของหลานท่าน โดยไม่บอกให้ครอบครัวทราบโดยท่านทราบดีว่าถ้าท่านขอบวชครอบครัวคงไม่ให้บวช ในวันที่ ๗ ครอบครัวได้เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ท่านเพื่อจะลาสิกขา และในวันนั้นท่านได้ตัดสินใจครองผ้ากาสาวพัสตร์ต่อไปโดยจำพรรษา ณ วัดควนพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จวบจนปัจจุบันท่านได้ย้ายมาปกครอง สำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรมสวนป่าตลิ่งชัน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เป็นเวลา ๖ ปี ปัจจุบันท่านมีอายุ ๘๒ ปี โดยท่านได้สงเคราะห์ญาติโยมเจิมบ้าน เจิมร้านค้า เจิมรถ ก็มักจะประสบแต่ความมงคลเจริญรุ่งเรือง มีโชคมีลาภกันท้วนหน้า ในทางด้านคงทนแคล้วคลาดปลอดภัยไม่ต้องเอ่ยถึงเพราะท่านเล่าว่าได้ผ่านมามากมายในเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาสเพราะวิชาสายเขาอ้อนี้แหละท่านประสบมาด้วยตนเอง

    **เรื่องเล่าจากปากของพ่อท่านเองครับ**

    ข้อมูลจากกลุ่มพ่อท่านเอื้อมปัชโชโต

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างส่งครับ

    พระสีวลีมหาลาภพ่อท่านเอื้อม เกจิอาจารย์สายเขาอ้อ กล่องเดิมจากวัดครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ



    IMG_20260211_143104.jpg IMG_20260211_143124.jpg IMG_20260211_143139.jpg
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,086
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1770816474067.jpg 1770816413386.jpg


    ฤาษีเขากุเลน ผงมหาภูติลิ้นทอง หน้ากากทองแดง
    หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม ท่านเป็นพระที่เก่งมาก ๆ ท่านสืบสายวิชามาจากเขมรโดยตรง วัตถุมงคลของท่านมาแรงอย่างมากในปัจจุบัน โด่งดังไปถึงสิงคโปร์ , มาเลเซีย รุ่นนี้ผสมผงวิเศษต่าง ๆ ดีทางโชคลาภ เมตตา ค้าขาย พระฤาษีเขากุเลน ผงมหาภูติลิ้นทองผสมพระธาตุฤาษี ด้านหลังเป็นรูปพระอุมา โดยนำไปให้พระฤาษีที่อยู่ในถ้ำบนเขากุเลน กัมพูชา
    (ซึ่งร่ำลือว่าเป็นพรหมที่มีชีวิต แม้แต่เจ้าเหนือหัวกัมพูชายังมาเข้าพบ) ปลุกเสกหนึ่งไตรมาส จึงเข้มขลังอย่างเอกอุ

    หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม สำเร็จวิชาผงมหาภูติลิ้นทอง ได้จัดทำกุมารทองจนโด่งดัง พระขุนแผน แม่นางกวัก กุมารี พระผงสาริกานครวัต เป็นต้น และท่านมีชื่อเสียงโด่งดังไปต่างประเทศ สืบเนื่องจากของๆ ท่านใช้แล้วได้ผลและเร็ว แรง ดี เร็ว แรง พุทธคุณมีครบ สมใจนึก ตำหรับ ผงมหาภูติลิ้นทอง หลวงพ่อดำขณะบรรพชาเป็นสามเณรได้เรียนวิชาพระอาจารย์ "อุปัชฌาย์ตุ๊เครียง" วัดเปรยโพ อ.สเลซอโซ จ.กัมพงจาม ประเทศกัมพูชา ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอาจารย์แซม (ม้า) ผู้เป็นเพื่อนพระอุปัชฌาย์ที่บ้านพุ่มศาลา ต.เกาะจุราม สำเร็จวิชามหาภูติลิ้นทอง พ.ศ.2503-2505 แสวงหาสิ่งอาถรรพณ์เพื่อทำผงวิเศษ "มหาภูติลิ้นทอง"บรรจุในเจดีย์วัดเปรยโพ อธิฐานว่าหากตราบใดโลกไม่เดือดร้อนถึงขั้นวิกฤต จะไม่นำผงนี้มาทำวัตถุมงคล กลางปี 2540 เศรษฐกิจเริ่มทดถอย หลวงพ่อดำจึงเดินทางไปวัดเปรยโพ ทำพิธีเปิดเจดีย์ นำผงมหาภูตลิ้นทองมาสร้าง กุมารทอง กุมารี ขุนแผน พระมหากัจจายน์ เหรียญหลังผงมหาภูติ พระปิดตา ฯลฯ จนปรากฏฤทธานุภาพแห่งผงวิเศษ มหาภูตลิ้นทอง อาถรรพณ์สำคัญแห่งผงมหาภูติลิ้นทอง สิ่งสำคัญที่สุดคือ "เถ้ากระดูก"ผีตายโหงที่รู้จักชื่อ รู้วันตาย รู้ประวัติว่าขณะมีชีวิตนั้นต้องเก่งกล้ามีความสามารถรอบตัว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณ รู้รักษาตัวให้รอด อย่างน้อย 5 อย่าง 95 ตน นำมาปลุกเสกเรียกจิตวิญญานเพื่อตกลงจะนำเอาธาตุ 4 ของภูตินี้มาเป็นพื้นฐาน รองรับวิชา และ ชุบ รวมกันให้เป็นหนึ่ง นำส่วนที่เป็นคุณ งามความดีแห่งพลังเทพเทวาประกอบเป็น ธาตุขันธ์ นำมารวมกับผงวิเศษนานาชนิดพระคาถาพัน (สำเร็จด้วยการเขียนอักขระเลขยันต์ทั้งสิ้น 1,000 ยันต์ ปลุกเสกและทำเป็นผง) ดินหน้าบ้านผู้ใหญ่
    ดินกลางตลาด ไม้ไก่กุก ดอกไม้เข้าพรรษา ออกพรรษา ดอกไม้สงกราณต์ จอมปลวกที่วัวชน ฯลฯ เมื่อจะนำมาทำวัตถุมงคล จะต้องจัดทำพิธีโดยวางผงมหาภูติลิ้นทองไว้ตรงกลาง พิธี มีขันครูประกอบด้วยเทียน สีผึ้ง 4 มุม 4 ทิศ หมายถึงพระฤาษีที่เลิศด้วยฤิทธิ์ 4 องค์ (ผู้ควบคุมวิชาทั้งปวง) ให้มาประสิทธิ์วิชานี้ ปูผ้าขาวม้า ค่าครู 4 บาท บูชาท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ให้มาเป็นพยาน และใบขนุน 4 ทิศๆ ละ8ใบ รวมทั้งสิ้น 32 ใบ เท่ากับอาการ 32 ของมนุษย์ จึงเริ่มพิธีเรียกและปลุกเสก จึงนำเอาผงมหาภูติลิ้นทองนี้มาจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ จึงปรากฏพุทธคุณ ดี เร็วและแรง ครบสมใจนึก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260211_203327.jpg IMG_20260211_203348.jpg
     
  9. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,188
    ค่าพลัง:
    +5,880
    จองครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...